De-sign

Paranoia Signal

Paphanan Nuikhram | MY LAB PROJECTS | Master Programme | 2013

 

วิถีชิวิตร่วมสมัยกับการใช้เทคโนโลยี Location Based Service

Lifestyle and usage of location based service technology

ABSTRACT

     เราปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าเทคโนโลยีคือส่วนหนึ่งของชีวิตร่วมสมัย โทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้กลายเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่ทำใช้ชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ สิ่งที่ติดตามมาด้วยกับโทรศัพท์สมาร์โฟนก็คือบริการ Location based service ที่มีหน้าที่ระบุพิกัดการเคลื่อนที่ของเครื่องมือสื่อสาร และมีผลต่อการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปทั้งในความเป็นส่วนตัว ธุรกิจ และความบันเทิง     

CHAPTER 01 Introduction

 

     วิถีชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่ผลัดเปลี่ยนเข้ามาตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวิถีประจำวันของชีวิตแบบร่วมสมัย ผลักดันตัวเองให้เปลี่ยนแปลงอยู่ในยุคนั้นๆ แนวคิด post humanism ทำให้เราเห็นว่ามนุษย์ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันกับตัวมนุษย์เองอีกต่อไป มนุษย์ผู้สร้างสื่อและเทคโนโลยีทำให้เราเกิดความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีและสื่อ แนวคิดนี้เป็นการขับเคลื่อนและเปลี่ยนถ่ายจาก humanism มนุษยนิยมวางเงื่อนไขไว้ให้มีการค้นหาความจริงและศีลธรรมในวิธีการที่มนุษย์จะนำมาใช้สนองความต้องการของมนุษย์ด้วยกัน ความสามารถในการกำหนดและตัดสินได้ด้วยตนเองมนุษยนิยมจะไม่ชั่งใจและตัดสินใจโดยสิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจ เช่นการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับ "ความเชื่อที่ปราศจากเหตุผล" สิ่งเหนือธรรมชาติหรือด้วยคำทำนายที่อ้างไว้ในคัมภีร์ใดๆ มนุษยนิยมสนับสนุนจริยธรรมสากล (universal morality) ที่อยู่พื้นฐานของมนุษย์ทั่วไปที่มีความเป็นอยู่ธรรมดา ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่า การแก้ปัญหาในสังคมมนุษย์และปัญหาทางวัฒนธรรมของมนุษย์จะใช้แนวทางเฉพาะกลุ่มชนแคบๆ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ แนวคิด  post humanism เป็นแนวคิด Deconstructionรื้อสร้างความไม่แน่นอนความล้มเหลวของมนุษยนิยม มนุษย์พึ่งพาอาศัยและมีการโต้ตอบกับเทคโนโลยีเฉกเช่นเดียวกับที่มนุษย์เคยทำกับมนุษย์เอง 

ความเป็นโลกาภิวัฒน์นำเทคโนโลยีให้ทับซ้อนและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตร่วมสมัย เราดำเนินชีวิตประจำวันอยู่กับความเชื่อความจริงที่หาคำตอบไม่ได้ แต่ก็ใช้เทคโนโลยีซึ่งเหมือนเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับนามธรรมนั้นควบคู่ไปด้วยกัน ในความเป็นโลกาภิวัฒน์สิ่งซึ่งเข้ามาครอบงำจิตใจมนุษย์คือโลกแห่งวัตถุนิยม เราไล่ล่าสิ่งที่สร้างอัตลักษณ์ตัวตน เครื่องมือสื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือที่อดีตมีประสิทธิ์ภาพในการใช้งานเหมือนโทรศัพท์บ้านแบบไร้สายใช้สนทนาฝากข้อความ หรือจะให้มากกว่านั้นก็เพียงเล่นเกมส์ได้ แต่ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือกลายเป็นโทรศัพท์อัจริยะที่เรียกกันว่าสมาร์ทโฟน มีความสามารถนอกเหนือจากกการใช้สนทนาและส่งข้อความคือสามารถเชื่อมต่อในระบบไร้สายใช้งานเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์มีโปรแกรมและบริการต่างๆอยู่บนโทรศัพท์ หนึ่งในนั้นคือระบบที่สามารถระบุตำแหน่งบุคคลที่ใช้งานได้อย่างแม่นยำอย่าง Location Based Service ซึ่งถูกนำมาปรับการใช้งานในรูปแบบของ Application ที่มีความเป็น social mediaเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสื่อ ตัวผู้ใช้งานเองเป็นผู้สร้างสื่อและตอบโต้ใช้งานกับสื่อ เมื่อเรากุมเครื่องมือที่เป็นสื่ออยู่การใช้งานจึงออกมาในรูปแบบของการ branding ตัวตนของผู้ใช้งานเองด้วยเหตุเพราะสามารถเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างง่ายได้ ใครๆที่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เรากำลังใช้งานและลงทะเบียนได้ นั้นนำมาสู่ประโยชน์และโทษของการใช้งานในระบบ  Location Based Service

     Application ในระบบสมาร์ทโฟนอย่าง facebook, google earth, fouesqure, instagram เป็นตัวอย่างของการใช้ระบบ Location Based Service มาใช้งานโดยผู้ใช้งานสามารถระบุพิกัดสถานที่ในการโพสแต่ละครั้งได้ โดยพิกัดจะสามารถเข้าไปเรียกดูจากแผนที่บน google การระบุสถานที่แต่ละครั้งในการลงทะเบียนจะถูกจดจำในระบบเมื่อมีครั้งต่อไปก็จะสามารถเรียกกลับมาใช้ได้อีก การระบุพิกัดนี้เป็นที่ถกเถียงของความปลอดภัยในการใช้งาน มันรุกล้ำความเป็นส่วนตัวหรือไม่ หรือตัวผู้ใช้เองที่ยอมให้สื่อรุกล้ำความเป็นส่วนตัวและใช้ความเป็นส่วนตัวและ lifestyle เพื่อ branding ตัวเอง

CHAPTER 02 Literature review

 

  1. Personal Branding

การสร้างแบรนด์บุคคล คือ การสร้างเอกลักษณ์บุคคล ที่มีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองและมีความหมายในเชิงอารมณ์ต่อผู้ชมหรือบุคคลอื่นเกี่ยวกับคุณค่าหรือคุณภาพของบุคคลนั้นๆ และสอดคล้องกับธุรกิจที่บุคคลนั้นกำลังทำอยู่ นอกจากนี้การสร้างแบรนด์บุคคล ยังหมายรวมถึงภาพลักษณ์ (Image) ของตัวบุคคล ภาพลักษณ์ที่บุคคลนั้นๆ ต้องการจะสื่อความหมายถึงบุคคลภายนอก ถ้าหากเชื่อมโยงระหว่างตัวบุคคลกับบริษัทหรือองค์การ การสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทหรือองค์การนั้นก็จำเป็นต้องอาศัยภาพลักษณ์ของบุคคลด้วย  ในส่วนของสินค้าPersonal Branding  รวมไปถึงการเลือกรายละเอียดต่างๆที่สามารถเห็นได้ด้วยตา ไม่ว่าจะเป็นชื่อ โลโก้ สี คติ หรือสิ่งที่มีผลกระทบกับหน้าที่ของแบรนด์ ซึ่งมีความแปลกและน่าสนใจที่สามารถทำให้เกิดการจดจำของลูกค้าในหนึ่งครั้งที่มองเห็นว่านั้นคือเรา  สิ่งสำคัญที่สุดคือสามารถบอกได้ว่าเราคือใคร หากเป็นสินค้าก็บอกลูกค้าได้ว่าสินค้านั้นยี่ห้ออะไร มีบริการอะไร บอกถึงตัวตนในสายงานที่ให้บริการและทำอยู่ ไม่เพียงแค่สินค้าที่สามารถทำ Personal Branding ได้

2. Lifestyle / Habitus (Pierre Bourdieu)

ทุนของแต่ละคนที่ได้มาจากการสะสมประสบการณ์ชีวิตของตน ที่แต่ละคนนั้นสืบต่อกันมา โดยผ่านการอบรมในครอบครัวหรือในชุมชนของตน จากหน่วยสังคมพื้นฐานนี้ได้กลายมาเป็นฐานของการพัฒนาค่านิยมและรสนิยมรวมทั้ง รูปแบบพฤติกรรมของคนๆ นั้นซึ่งจะกลายเป็นฐานของการก่อรูป สิ่งที่บูร์ดิเยอเรียกว่า Habitus เป็นลักษณะเด่นเฉพาะของการแสดงออกภายนอก หรือเป็นทิศทางพัฒนาการของบุคคล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ยังเป็นเด็กสู่วัยรุ่น ชนชั้นทางสังคมและวัฒนธรรมเองก็เป็นภูมิหลังที่มีอิทธิพลสูงต่อปัจเจกแต่ละคน ระบบฮาบีทัสจึงเป็นความเข้าใจสามัญที่กำหนดมุมมองของเราที่มีต่อโลก สร้างแนวโน้มเพื่อให้เรามองเห็น เข้าใจหรือไม่เข้าใจสิ่งต่างๆ และจะเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตีความหรือปฏิบัติการของปัจเจกแต่ละคน เป็นสิ่งที่สร้างหรือสลักมโนทัศน์ของเรา แต่ก็เป็นสิ่งที่ถูกสร้างที่สามารถเพิ่มเติมเสริมแต่งผ่านการขยายตัวหรือลดลงของการสะสมหรือสละทิ้งประสบการณ์ของแต่ละบุคคลนั้นด้วย ธรรมชาติของHabitus นั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แม้ไม่สามารถลอกเลียนหรือถอดแบบกันได้ แต่ก็สามารถเทียบเคียงกันกับของคนที่อยู่ในชนชั้นทางสังคมเดียวกันหรือคนที่ร่วมอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันได้ เช่น กรณีการฝึกอบรมทางวิชาชีพนั้น Lifestyle ของคนเราถูกกำหนดผ่านออกมาจากประสบการณ์ เราจะไม่ทำอะไร habitus ไม่ได้มีเพียงการกำหนดการกระทำในฐานะโครงสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็นส่ิงที่ก่อกำเนิดการกระทำออกมาในรูปแบบของการปฏิบัติด้วย  Habitus ไม่ใช่ความเคยชินซึ่งหมายถึงการทำซ้ำๆจนกลานเป็นกิจวัตร โดยไม่มีมิติของความสามรถในการก่อให้เกิดการกระทำในรูปแบบของการปฏิบัติ ไม่ใช่การทำซ้ำจนกลายเป็นแบบแผน แต่เกิดจากการปลูกฝังกระบวนการรับรู้และการประเมินคุณค่าต่างๆของสังคมเข้าไปอยู่ในร่างกายและจิตใจของบุคคลหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ปัจเจกบุคคลเป็นกระจกสะท้อนของสังคม ไม่ใช่สิ่งที่แยกออกจากกัน จึงสามารถนำมาอธิบายปรากฏการณ์ของสังคมในการถูกครอบงำทางอำนาจในสังคมได้จาการกระบวนการรับรู้และประเมินค่า โดยเป็นการปลูกฝังในระดับที่อยุ่ลึกเกินกว่าบุคคลจะสามารถรับรู้ได้ผ่านกระบวนการหล่อหลอมทางสังคมตั้งแต่วัยเด็ก  Habitus ของบุคคลที่สร้างการปฏิบัติจึงมีความสอดคล้องกับโครงสร้างทางสังคมการปลูกฝังแบบหลอมรวมกับร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญ การเลี้ยงดูแต่ไม่ได้มาจากการทำซ้ำความคิดที่อยู่ในส่วนลึกจะถูกขับออกมากผ่าน lifestyle บางอย่างที่ไม่ใช่กิจวัตร แต่จะเผยออกมาผ่านการกระทำบางอย่าง

3. Post humanism / Transhumanism (แนวคิดคนกับNew media)

หลังมนุษยนิยม แนวคิดที่รื้อสร้างแนวคิดมนุษยนิยมที่เคยพึ่งพาแต่ความจริงและความศรัทธา อยู่ในโลกนามธรรม แนวคิดนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงของความเป็นมนุษย์ใช้พ้องกับแนวคิดคตินิยมของเทคโนโลยีที่ถูกเรียกกันว่า transhumanism ที่พิสูจน์ความเป็นไปได้และความพึ่งพอใจที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขของมนุษย์โดยใช้การพัฒนาและเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อขยายขีดความสามารถของมนุษย์ มนุษย์สามารถเปลี่ยนผ่านหรือพ้นภาวะมนุษย์ เข้าสู่ภาวะหลังมนุษย์ หรือเหนือมนุษย์ (Superman) ได้โดยอาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นี่เป็นทั้งสิทธิและสิ่งที่พึงทำสำหรับมนุษย์ ในสมัยก่อนที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังอยู่ในขั้นต่ำ การจะพ้นมนุษย์มักใช้วิธีทางศาสนา เช่น ผ่านการเคารพบูชาพระผู้เป็นเจ้า การปฏิบัติเช่นนี้อย่างเคร่งครัดจะทำให้สามารถพ้นมนุษย์ เมื่อมีการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 15 และการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ทำให้มนุษย์สามารถก้าวพ้นจากชาติภพเดิมที่อยู่ในยุคเกษตรกรรม เข้ามาสู่ยุคอุตสาหกรรม และเกิดความเห็นพ้องในคนหมู่มาก-ว่าเทคโนโลยีจะช่วยแก้ปัญหาและความจำกัดของมนุษย์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ 2 กลุ่มที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดแนวคิดพ้นมนุษย์สมัยใหม่ขึ้น กลุ่มแรกได้แก่ทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน และความรู้เรื่องยีน (Gene) ที่พัฒนาขึ้นภายหลังไม่นานความรู้นี้ชี้ว่า มนุษย์น่าจะมีเส้นทางวิวัฒนาการต่อไปอีก ไม่ใช่หยุดอยู่เพียงนี้ และคำอธิบายว่าด้วยเรื่อง "การอยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุด" ทำให้เกิดคิดปฏิบัติขึ้นว่าถ้าทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้นหรือมีเทคโนโลยีสูงขึ้นก็จะมีโอกาสอยู่รอดไปอีก กระทั่งสามารถกำหนดเส้นทางวิวัฒนาการของตนเองได้ เทคโนโลยีอีกกลุ่ม ได้แก่เทคโนโลยีข่าวสารและการสื่อสารคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ และการอัพโหลด ที่ได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเข้ามาอยู่ในการดำเนินชีวิตของผู้คน ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ได้ช่วยฟื้นฐานะของลัทธิพ้นมนุษย์ว่าสามารถที่จะแก้ไขจุดอ่อนและความจำกัดของมนุษย์ดังกล่าวได้

4. Location Based Sevice

บริการอย่างหนึ่งที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไร้สาย ที่ทำให้บุคคลหรือองค์กรใดๆ ระบุตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้อุปกรณ์ไร้สายได้อย่างแม่นยำ การให้บริการสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ Pull services และ Push services สำหรับPull services เป็นลักษณะบริการที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับการเข้าใช้งานเว็บ โดยแบ่งย่อยได้เป็น functional services เช่น การเรียกแท็กซี่ information  services เช่นการค้นหาธนาคารหรือร้านอาหารห้าดาว ส่วน Push services ข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งโดยมีการร้องขอ หรือ ไม่มีการร้องขอก็ตามจากผู้ใช้บริการ โดยปกติบริการจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้เข้าสู่บริเวณที่กำหนด หรือ ตามเวลาที่ตั้งไว้ ตัวอย่างที่เห็นง่ายๆ คือ บริการโฆษณาสินค้าลดราคา ซึ่งนักช็อปจะสะดวกแค่ไหนถ้าเพียงแค่ผ่านไปใกล้ๆ กับห้างที่กำลังลดราคาอยู่ ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินไปดูป้ายโฆษณา หรือ เดินหาแผ่นพับให้เมื่อยอีกต่อไป ข้อมูลทุกอย่างจะมาอยู่ในมือ โดยผู้ใช้สามารถสั่งซื้อของได้เลยทันทีผ่านมือถือคู่กายเครื่องเดียว อย่างไรก็ตามบริการลักษณะนี้มีในแง่ผลด้วย ถ้ามีการส่งมากเกินความจำเป็น ความสำคัญของข้อมูลก็จะลดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นข้อมูลที่น่ารำคาญ ดังนั้นผู้ให้บริการจะต้องวางแผนก่อนเปิดบริการเป็นอย่างดี

APPENDIX



created by Z Axis IT Solution