A Defining Scope

Pranchalee Intha | MY LAB PROJECTS | Master Programme | 2013

 

ในปัจจุบันภาพความเป็นผู้หญิงในสังคมได้อยู่ในรูปแบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง ภาพความเป็นผู้หญิงก็มีการนิยามขึ้นมาใหม่ ทำให้เกิดความความหมายที่หลากหลายของความเป็นผู้หญิงขึ้น ซึ่งแตกต่างกันไปตามยุคสมัย  โดยมีสถาบันทางสังคมเป็นส่วนสำคัญในการหล่อหลอมในเรื่องบทบาทและความคิดในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง ซึ่งมีสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันสำคัญในการบ่มเพาะและขัดเกลาเรื่องของบทบาททางเพศ และนอกเหนือจากสถาบันทางสังคมแล้ว ด้านสื่อมวลชนเองก็มีความสำคัญในแง่ของการเป็นนวัตกรรมที่ให้ข่าวสารและข้อมูลแก่คนในสังคมไปพร้อมๆกับการหล่อหลอมและสร้างค่านิยมให้กับคนในสังคม โดยสื่อภาพยนตร์ก็เป็นสื่อประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมและเข้าถึงผู้รับชมแทบทุกกลุ่ม ซึ่งนอกจากภาพยนตร์จะทำหน้าที่หลักในการให้ความบันเทิงแล้วก็ยังถือเป็นพลังทางวัฒนธรรมที่มีส่วนในการหล่อหลอมความคิดไปพร้อมๆกับการสร้างความเชื่อและค่านิยมให้กับคนสังคมรวมถึงบทบาทในการสะท้อนภาพลักษณ์ทางเพศของความเป็นชายและหญิงอีกด้วย

ABSTRACT

 

แม้สื่อภาพยนตร์จะทำหน้าที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงในสังคมแต่ละยุคออกมา แต่ในขณะเดียวกันภาพยนตร์ก็ทำหน้าที่ในการสร้างความเป็นผู้หญิง ด้วยการเลือกนำเสนอประเด็นของความเป็นผู้หญิงที่มีหลากหลาย ภาพความเป็นผู้หญิงที่ได้รับการนำเสนออยู่บ่อยครั้ง ก็ทำให้เกิดการครอบงำพื้นที่ของความเป็นผู้หญิงทั้งหมดในสังคมได้  เนื่องจากว่าภาพยนตร์มีลักษณะสำคัญของกลวิธีในการเล่าเรื่อง(Narrative) ซึ่งต้องอาศัยการคัดสรรข้อมูล จัดลำดับ ในลักษณะของภาพและเสียงให้ประสานออกมาเป็นเรื่องราวเพื่อให้เกิดความหมาย การคัดเรียงเรื่องราวเพื่อนำไปสู่ความหมายที่ต้องการนี้ย่อมขึ้นอยู่กับค่านิยมและความต้องการทางการตลาดเป็นสำคัญ เนื่องจากภาพยนตร์เป็นงานที่ต้องใช้ทุนในการสร้างค่อนข้างสูง ภาพยนตร์ส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนส่วนใหญ่หรือคนทุกกลุ่มในสังคมเป็นจุดสำคัญ การคัดเลือกเนื้อหาหรือภาพต่างๆที่นำตัดต่อร้อยเรื่องออกมาจึงคำนึงถึงความนิยมของผู้ชมเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นการเลือกถ่ายทอดและสะท้อนแง่มุมในลักษณะของภาพที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ซึ่งการยอมรับนี้ไปรวมไปถึงลักษณะของการจัดวางเรื่อง ตัวละคร เนื้อหา และบทบาทต่างๆที่เกิดขึ้นภายในภาพยนตร์ ซึ่งนำไปสู่ข้อสงสัยว่าในกระแสการยอมรับของค่านิยมในปัจจุบันนั้นผู้หญิงในภาพยนตร์ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งแห่งที่ใดและในลักษณะเช่นไร

CHAPTER 01 LITERATURE REVIEW

 

แนวคิดสัญวิทยาและการสร้างความหมาย (Semiology and Signification)

 

                สัญวิทยาเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับระบบของสัญลักษณ์ ที่ปรากฏอยู่ในความคิดของมนุษย์ อันถือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวของเรา สัญลักษณ์อาจจะได้แก่ ภาษา รหัส สัญญาณ เครื่องหมาย ฯลฯ หรือหมายถึงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความหมายแทนของจริง ตัวจริง ในตัวบทและในบริบทหนึ่งๆ

            โดยคำว่าสัญวิทยาหรือสัญศาสตร์ (Semiology และ Semiotics) ทั้งสองคำนี้มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคำเดียวกันคือ Semeion ที่แปลว่า Sign หรือสัญญะ ซึ่งสัญวิทยาหรือสัญศาสตร์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับเครื่องหมายและสัญลักษณ์ ทั้งสองคำนี้ต่างมีเอกลักษณ์และถูกรวมอยู่ในระบบของเครื่องหมาย ซึ่งรวมถึงการศึกษาว่าความหมายของมันถูกสร้างและถูกเข้าใจอย่างไร

            Semiotics เป็นคำที่นักปรัชญาชาวอเมริกัน Charles Sanders Peirce (ค.ศ.1839–1914) เป็นผู้ริเริ่มใช้และทำให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่วนคำว่า Semiology เป็นคำที่ตั้งขึ้นโดยนักภาษาศาสตร์ Ferdinand de Saussure (ค.ศ. 1857-1913) โดยในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสัญศาสตร์และสัญวิทยานั้นมีเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการศึกษาที่สอดคล้องและคล้ายคลึงกัน นั่นคือการศึกษาวิธีการสื่อความหมาย ขั้นตอนและหลักการในการสื่อความหมายตลอดจนเรื่องการทำความเข้าใจในความหมายของสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมหนึ่งๆ

 

รูปสัญญะและความหมายสัญญะ

 

            การศึกษาเกี่ยวกับสัญศาสตร์จะเป็นการหาความสัมพันธ์ระหว่างรูปสัญญะและความหมายสัญญะ เพื่อดูว่าความหมายถูกสร้างและถูกถ่ายทอดอย่างไร ซึ่ง Saussure อธิบายว่าในทุกๆ สัญญะต้องมีส่วนประกอบทั้ง 2 อย่างได้แก่

 

1.  รูปสัญญะ (Signifier) คือสิ่งที่เราสามารถรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส เช่นการมองเห็นตัวอักษร รูปภาพ หรือการได้ยินคำพูดที่เปล่งออกมาเป็นเสียง (acoustic-image)

2.  ความหมายสัญญะ (Signified) หมายถึงความหมาย คำนิยามหรือความคิดรวบยอด (concept) ที่เกิดขึ้นในใจหรือในความคิดของผู้รับสาร

 

 

           

            ความสัมพันธ์ระหว่างสัญญะแต่ละตัวนั้นเกิดขึ้นโดยตรรกะว่าด้วยความแตกต่าง(the logic of difference) หมายถึง ความหมายของสัญญะแต่ละตัวมาจากการเปรียบเทียบว่าตัวมันแตกต่างจากสัญญะตัวอื่นๆ ในระบบเดียวกัน ซึ่งหากไม่มีความแตกต่างแล้ว ความหมายก็เกิดขึ้นไม่ได้ ทั้งนี้ความต่างที่ทำให้ค่าความหมายเด่นชัดที่สุดคือความต่างแบบคู่ตรงข้าม (binary opposition) เช่น ขาว-ดำ ดี-เลว ร้อน-เย็น หรืออธิบายอีกอย่างคือ ความหมายของสัญญะหนึ่งเกิดจากความไม่มี หรือไม่เป็นของสัญญะอื่น

 

CHAPTER 02 PROJECT ANALYSIS

เพื่อนำเสนอให้เห็นภาพของผู้หญิงที่มีความหลากหลายในสื่อภาพยนตร์ เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่ถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์ซึ่งเป็นสื่อที่เข้าถึงคนทั่วไปและได้รับการยอมรับจากคนในสังคมส่วนใหญ่ ซึ่งภาพของการนำเสนอความเป็นผู้หญิงในยุคปัจจุบันที่มีอยู่อย่างหลากแง่มุม เพื่อให้เห็นถึงการนิยามภาพของความเป็นผู้หญิงในลักษณะที่หลากหลายมากขึ้น 

APPENDIX



created by Z Axis IT Solution