ENTERTAINISM

Patcahraporn Chaiwan | MY LAB PROJECTS | Master Programme | 2013

โทรทัศน์เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมและเป็นสื่อหลักในการนำเสนอต่างๆ จึงถือได้ว่าเป็นสื่อที่มีความใกล้ตัวมากที่สุด และยังมีอัตราการการขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงต้องมีการจัดอันดับและประเภทของรายการโทรทัศน์ต่างๆ ที่มีมากมายในผังรายการแต่ละวัน เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตรายการและอุตสาหกรรมโฆษณาที่มีการแข่งขันสูงเพื่อหาผลกำไรสูงสุด การผลิตรายโทรทัศน์ต่างๆ ต้องมีจำนวนผู้ชมให้มากที่สุด โดยสัมพันธ์กับรายได้จากเจ้าของสินค้า โฆษณา สปอนเซอร์ ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ชมก็คือเป้าหมายหลักของเหล่าผู้ผลิตรายการนั่นเอง ดังนั้นเราจึงหนีไม่พ้นจากระบบของทุนนิยมและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจแอบแฝง ซึ่งผู้ที่เสียผลประโยชน์โดยตรงนั้นคือกลุ่มผู้ชมหรือผู้บริโภค โดยสื่อโทรทัศน์ในประเทศไทยปัจจุบัน มีอัตราการเพิ่มขึ้นของรายการประเภทบันเทิง (ละคร)  ในขณะที่รายการให้ความรู้สาระต่างๆ และรายการข่าวนั้นลดลง ซึ่งช่อง 7 มีกลุ่มรายการบันเทิงมากที่สุด คิดเป็น 55.3% ตามด้วยช่อง 3  คิดเป็น 46.7% และถือได้ว่าเป็นสถานีที่มีการออกอากาศของละครค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับช่องหลักทั้งหมด 6 ช่อง เมื่อพิจารณาจากผังรายการของช่อง 7 และช่อง 3 แล้วพบว่าเป็นการจัดผังรายการที่สอดคล้องไปกันแผนธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะละครหลังข่าวซึ่งอยู่ในช่วงเวลาไพร์มไทม์ (prime time) ของประเทศไทย คือเวลา 19:00-22:30 น.ที่มีจำนวนผู้ชมสูงที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราค่าโฆษณาแพงที่สุดนั้น แต่เนื้อหาต่างๆ ในละครที่เสนอออกมานั้นมีทั้งเนื้อหาที่มีความรุนแรง ทั้งการใช้ภาษาที่หยาบคายและการกระทำต่างๆ เช่น ฉากตบตีกัน ฉากการข่มขืน การตบจูบของพระนาง เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วละครหลังข่าวจะถูกจัดอยู่ในประเภท ผู้ชมที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ ซึ่งไม่สอดคล้องจากผลการศึกษาที่พบว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่มีเยาวชนอายุ 12-18 ปีรับชมมากที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะมีสักกี่รายที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของการจัดอันดับเรตติ้งรายการโทรทัศน์ที่มีอยู่ หากกลุ่มธุรกิจนายทุนนั้นคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของเม็ดเงินเป็นหลักก็เป็นการยากที่จะควบคุมดังกล่าว

ABSTRACT

 

ตลาดของสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวีนั้น สถานีโทรทัศน์จะมีอำนาจต่อรองสูงสุดกับกลุ่มนายทุนผู้ประกอบการ ทั้งเงื่อนไขการผลิตรายการ ช่วงเวลาการออกอากาศ และอัตราค่าตอบแทนจากการโฆษณา ซึ่งก็เป็นไปตามแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของรายการบันเทิงต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่นั้นเกิดจากระบบสัมปทานที่ภาคเอกชนเป็นผู้รับสัมปทานจำต้องคำนึงถึงรายได้ ในขณะที่สถานีที่ดำเนินการโดยรัฐนั้นมีข้อจำกัดของงบประมาณและเนื้อหาของรายการที่ออกอากาศ ซึ่งทำให้รายการการโทรทัศน์มีความหลากหลายน้อยลงมาก คุณภาพของรายการก็ลดลงตามไปด้วย รายการที่มีเนื้อหาสาระให้ความรู้ก็ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ผลิตสินค้าและบริการเท่าไรนัก ทำให้สถานีจำเป็นต้องหารายการที่สามารถเรียกจำนวนผู้ชมให้ได้มากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่แล้วคือรายการประเภทบันเทิงนั่นเอง แต่คำถามก็คือ ในเมื่อผู้ชมนั้นต้องการรับชมรายการบันเทิงมากที่สุด เราจะทำอย่างไรให้รายการบันเทิงนั้นสอดแทรกเนื้อหาสาระไปด้วย โดยคำนึงถึงสังคมเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงเพื่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและผลกำไรสูงสุดเท่านั้น  
 
จากปัญหาดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าสื่อโทรทัศน์ของไทยตกอยู่ภายใต้ “ทุนนิยมเสรี” ที่มีวัตถุประสงค์ในเรื่องของเศรษฐกิจการเงินเป็นหลัก เกิดการแข่งขันแย่งชิงเรตติ้งที่รุนแรงโดยบางครั้งไมได้คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่สิ่งที่สื่อโทรทัศน์แบบฟรีทีวีของไทยนั้นต้องต่อสู้อย่างหนัก นั่นคือเทคโนโลยีที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การพลาดละครหลังข่าวก็สามารถชมย้อนหลังได้ในอินเตอร์เน็ต อีกทั้งในประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวของเคเบิ้ลทีวีหรือทีวีดาวเทียมอย่างรวดเร็วและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการหรือเจ้าของสถานีโทรทัศน์จำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย
 

APPENDIX



created by Z Axis IT Solution