การเซ็นเซอร์กับภาพยนตร์นอกกระแสในสังคมไทย Censorship in Thai independent films

Supannika Panya | Indepentdent Study | Master Programme | 2013

CHAPTER 01 Introduction

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมอันดีงามที่สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่นอย่างยาวนาน อนุชนรุ่นลูกรุ่นหลานมักจะได้รับรู้เกี่ยวกับความดีงามของประเทศชาติจากบรรพบุรุ่นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนหน้า ส่งผลให้เป็นที่รับรู้ร่วมกันว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่รักความสันติ สงบสุข สวยงาม ดังที่เราได้พบเห็นจากรูปภาพ วิดีโอ ละคร ภาพยนตร์ โฆษณาในที่ต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย สิ่งที่นำเสนอเหล่านั้นช่วยทำให้การรับรู้เกี่ยวกับสังคมไทยนั้นดูสวยงามยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งที่ความเป็นจริงที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไรก็ไม่อาจรู้ได้ หากสังคมยังมีการปลูกฝังความคิดด้านบวกเหล่านี้ให้กับคนรุ่นหลังเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ การเปิดใจยอมรับความจริงที่อาจไม่สวยงามมากนักของสังคมไทยก็จะไม่มีให้เห็น และอาจนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้เพราะการยอมรับสภาพความเป็นจริงของสังคมนั้นแคบลงไปเรื่อยๆ

ภาพยนตร์นอกกระแส หรือภาพยนตร์อิสระ(Independent Film) หรือที่บางคนเรียกกันติดปากว่าเป็นหนังอินดี้ ก็คือภาพยนตร์ประเภทหนึ่งที่มีรูปแบบการนำเสนอแตกต่างไปจากกรอบของภาพยนตร์ทั่วไป อาจจะเป็นที่เนื้อเรื่องหรือการดำเนินเรื่อง รวมทั้งอาจจะเป็นภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างน้อยเมื่อเทียบกับภาพยนตร์ทั่วไป โดยปกติภาพยนตร์แนวนี้จะไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ตามปกติ ด้วยเหตุในเรื่องของธุรกิจ เป็นเพราะไม่ได้เป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไปเช่นภาพยนตร์ทั่วไป

ภาพยนตร์นอกกระแส เป็นสื่อทางเลือกอีกแบบหนึ่ง ที่คอยเป็นกระจกที่สะท้อนความเป็นสังคมออกมา ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถาม สะกิดให้ผู้ชมในสังคมเกิดคำถามและนำไปสู่การค้นหาข้อมูลบางอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ โดยมีจุดเน้นด้านเนื้อหาที่สะท้อนเรื่องราวหรือแง่มุมของสังคมที่เป็นมุมต่างออกไปจากมุมมองเดิมๆ โดยมากแล้วภาพยนตร์นอกกระแสมักจะมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่แท้จริงของสังคมออกมาในรูปแบบของความบันเทิง ดังนั้นสังคมของภาพยนตร์นอกกระแสจึงเป็นเสมือนการต่อสู้เพื่อเปิดพื้นที่ของการแสดงความจริงที่ถูกปิดบังหรือเก็บงำเอาไว้ และการสร้างที่ยืนให้กับกลุ่มคนที่อยู่ในสังคมภาพยนตร์นอกกระแสในประเทศไทย แม้ว่าภารกิจสำคัญที่ภาพยนตร์นอกกระแสมุ่งเน้นคือการได้เผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนพลเมืองได้รับรู้รับทราบ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนพื้นที่ของสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรมีต่อความเป็นจริงที่สังคมควรจะเปิดใจยอมรับไม่ว่าความจริงนั้นจะเป็นความจริงในด้านลบก็ตาม

ปัจจุบันประเทศไทยพยายามที่จะส่งเสริมการส่งออกภาพยนตร์ออกไปยังต่างประเทศ เท่าที่ผ่านมาภาพยนตร์ที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์หรือจะเรียกว่าภาพยนตร์ตลาดก็ไม่ผิด มักจะได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อไปแสดงในเทศการภาพยนตร์ต่างๆ ในต่างประเทศ แต่ภาพยนตร์เหล่านั้นมักเป็นเพียงภาพยนตร์ที่อยู่ในสถานะของความเป็นสินค้าเท่านั้น นั่นคือการออกไปสู่ต่างประเทศเพื่อขายเป็นหนังตลาดของประเทศอื่นๆ ต่อไป ซึ่งค่อนข้างที่จะแตกต่างจากภาพยนตร์นอกกระแส ที่มักจะเป็นภาพยนตร์นอกกระแสที่ขาดการเหลียวแลจากภาครัฐเมื่ออยู่ในบริบทของสังคมไทย แต่กลับเป็นตัวเด่นในเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ ในต่างประเทศ ซึ่งความเด่นนี่เองที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่ถูกกล่าวถึง อย่างไรก็ตามเมื่อภาพยนตร์นอกกระแสเหล่านี้กลับมาสู่บ้านเกิดของมันแล้ว ก็สร้างความคึกคักฮือฮาได้เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ไม่นานก็ถูกลืม จะมีก็เพียงแค่สังคมของคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ยังคงให้ความสำคัญกับภาพยนตร์นอกกระแสเหล่านี้อยู่

CHAPTER 02 Literature Review

1. ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
2. จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ในประเทศไทย
3. วาทกรรม (Discourse), Michel Foucault
4. พื้นที่สาธารณะ (public sphere), Jurgen Habermas
5. ประชาสังคม (Civil Society), Antonio Gramsci
6. การไม่เห็นด้วย (Disagreement), Jacques Ranciere
7. วัฒนธรรมกลุ่มย่อย (Sub-Culture)


created by Z Axis IT Solution