Indie where ?

Supannika Panya | MY LAB PROJECTS | Master Programme | 2013

ฉายวิดีโอผ่านโปรเจคเตอร์ลงบนผนัง โดยเนื้อหาของวิดีโอที่ฉายมีการซ้อนทับกันลักษณะเป็น 2 เลเยอร์ ชั้นบนหรือเลเยอร์แรกเป็นวิดีโอธงชาติไทยพลิ้วไหว ซึ่งส่วนนี้จะเปิดให้ระบบทำงานตลอดเวลาที่มีการฉายวิดีโอ ชั้นล่างหรือเลเยอร์ที่สองเป็นวิดีโอภาพยนตร์นอกกระแสเรื่องเชคสเปียร์ต้องตาย : Shakespeare Must Die ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ถูกกีดกันหรือถูกแบบจากกองเซ็นเซอร์จนต้องห้ามฉายในราชอาณาจักรไทย

ใช้เทคนิค Interactive โดยการซ่อนสวิตซ์ไว้ใต้เบาะเก้าอี้ทั้ง 4 ตัว เมื่อมีผู้ชมนั่งลงบนเก้าอี้ก็จะส่งสัญญาณไปยังโปรแกรม(max msp)ที่เขียนไว้ แล้วแสดงผลออกทางวิดีโอที่ฉายลงบนผนัง

โดยการแสดงผลวิดีโอเป็นดังนี้

ปฏิกิริยาผู้ชม

แสดงผลวิดีโอธงชาติ

แสดงผลวิดีโอหนังนอกกระแส

ไม่มีคนนั่งเก้าอี้

100%

0%

นั่งเก้าอี้ 1 ตัว

75%

25%

นั่งเก้าอี้ 2 ตัว (พร้อมกัน)

50%

50%

นั่งเก้าอี้ 3 ตัว (พร้อมกัน)

25%

75%

นั่งเก้าอี้ 4 ตัว (พร้อมกัน)

0%

100%

 

ABSTRACT

ภาพยนตร์นอกกระแสในประเทศไทย ดูเหมือนว่าจะถูกจำกัดด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านพื้นฐานความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม และระบบสถาบัน ที่มักจะทำให้ภาพยนตร์นอกกระแสถูกระงับการฉาย หรือถูกกีดกันความอิสระในการเผยแพร่ ทั้งนี้ยังมีปัจจัยด้านเงินทุนและช่องทางการตลาด ที่มีผลจากผู้ชมที่มีเฉพาะกลุ่ม ทำให้โรงหนังที่ฉายภาพยนตร์ประเภทนี้มีค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ภาพยนตร์นอกกระแสในประเทศไทยมีการเติบโตที่ค่อนข้างช้า อีกทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเท่าที่ควร แม้ช่วงหลังภาพยนตร์นอกกระแสของไทยคว้ารางวัลมากมายจากเทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศ ทำให้วงการภาพยนตร์นอกกระแสของไทยถูกปลุกให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

‘Indie where?’ สะท้อนมุมมองภาพยนตร์นอกกระแสในบริบทของสังคมไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหลากหลายของกลุ่มคนดูในประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์นอกกระแสในประเทศไทยได้รับการยอมรับและการสนับสนุนอย่างจริงจังและจริงใจจากภาครัฐ

CHAPTER 01 Introduction

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมอันดีงามที่สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่นอย่างยาวนาน อนุชนรุ่นลูกรุ่นหลานมักจะได้รับรู้เกี่ยวกับความดีงามของประเทศชาติจากบรรพบุรุ่นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนหน้า ส่งผลให้เป็นที่รับรู้ร่วมกันว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่รักความสันติ สงบสุข สวยงาม ดังที่เราได้พบเห็นจากรูปภาพ วิดีโอ ละคร ภาพยนตร์ โฆษณาในที่ต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย สิ่งที่นำเสนอเหล่านั้นช่วยทำให้การรับรู้เกี่ยวกับสังคมไทยนั้นดูสวยงามยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งที่ความเป็นจริงที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไรก็ไม่อาจรู้ได้ หากสังคมยังมีการปลูกฝังความคิดด้านบวกเหล่านี้ให้กับคนรุ่นหลังเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ การเปิดใจยอมรับความจริงที่อาจไม่สวยงามมากนักของสังคมไทยก็จะไม่มีให้เห็น และอาจนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้เพราะการยอมรับสภาพความเป็นจริงของสังคมนั้นแคบลงไปเรื่อยๆ

ภาพยนตร์นอกกระแส หรือภาพยนตร์อิสระ(Independent Film) หรือที่บางคนเรียกกันติดปากว่าเป็นหนังอินดี้ ก็คือภาพยนตร์ประเภทหนึ่งที่มีรูปแบบการนำเสนอแตกต่างไปจากกรอบของภาพยนตร์ทั่วไป อาจจะเป็นที่เนื้อเรื่องหรือการดำเนินเรื่อง รวมทั้งอาจจะเป็นภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างน้อยเมื่อเทียบกับภาพยนตร์ทั่วไป โดยปกติภาพยนตร์แนวนี้จะไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ตามปกติ ด้วยเหตุในเรื่องของธุรกิจ เป็นเพราะไม่ได้เป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไปเช่นภาพยนตร์ทั่วไป

ภาพยนตร์นอกกระแส เป็นสื่อทางเลือกอีกแบบหนึ่ง ที่คอยเป็นกระจกที่สะท้อนความเป็นสังคมออกมา ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถาม สะกิดให้ผู้ชมในสังคมเกิดคำถามและนำไปสู่การค้นหาข้อมูลบางอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ โดยมีจุดเน้นด้านเนื้อหาที่สะท้อนเรื่องราวหรือแง่มุมของสังคมที่เป็นมุมต่างออกไปจากมุมมองเดิมๆ โดยมากแล้วภาพยนตร์นอกกระแสมักจะมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่แท้จริงของสังคมออกมาในรูปแบบของความบันเทิง ดังนั้นสังคมของภาพยนตร์นอกกระแสจึงเป็นเสมือนการต่อสู้เพื่อเปิดพื้นที่ของการแสดงความจริงที่ถูกปิดบังหรือเก็บงำเอาไว้ และการสร้างที่ยืนให้กับกลุ่มคนที่อยู่ในสังคมภาพยนตร์นอกกระแสในประเทศไทย แม้ว่าภารกิจสำคัญที่ภาพยนตร์นอกกระแสมุ่งเน้นคือการได้เผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนพลเมืองได้รับรู้รับทราบ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนพื้นที่ของสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรมีต่อความเป็นจริงที่สังคมควรจะเปิดใจยอมรับไม่ว่าความจริงนั้นจะเป็นความจริงในด้านลบก็ตาม

ปัจจุบันประเทศไทยพยายามที่จะส่งเสริมการส่งออกภาพยนตร์ออกไปยังต่างประเทศ เท่าที่ผ่านมาภาพยนตร์ที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์หรือจะเรียกว่าภาพยนตร์ตลาดก็ไม่ผิด มักจะได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อไปแสดงในเทศการภาพยนตร์ต่างๆ ในต่างประเทศ แต่ภาพยนตร์เหล่านั้นมักเป็นเพียงภาพยนตร์ที่อยู่ในสถานะของความเป็นสินค้าเท่านั้น นั่นคือการออกไปสู่ต่างประเทศเพื่อขายเป็นหนังตลาดของประเทศอื่นๆ ต่อไป ซึ่งค่อนข้างที่จะแตกต่างจากภาพยนตร์นอกกระแส ที่มักจะเป็นภาพยนตร์นอกกระแสที่ขาดการเหลียวแลจากภาครัฐเมื่ออยู่ในบริบทของสังคมไทย แต่กลับเป็นตัวเด่นในเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ ในต่างประเทศ ซึ่งความเด่นนี่เองที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่ถูกกล่าวถึง อย่างไรก็ตามเมื่อภาพยนตร์นอกกระแสเหล่านี้กลับมาสู่บ้านเกิดของมันแล้ว ก็สร้างความคึกคักฮือฮาได้เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ไม่นานก็ถูกลืม จะมีก็เพียงแค่สังคมของคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ยังคงให้ความสำคัญกับภาพยนตร์นอกกระแสเหล่านี้อยู่

CHAPTER 02 Literature Review

แนวคิดและทฤษฎี

  • Presence and Absence, Interplay                  Jacques Derrida
  • Discourse                                                          Michel Foucault
  • public sphere                                                    Jurgen Habermas
  • Civil Society                                                      Antonio Gramsci
  • Sub-Culture
  • ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย

APPENDIX



created by Z Axis IT Solution