MANEE MANEE MANEE

DE-SIGN

Boonchanin Soodtasom | MY LAB PROJECTS | Master Programme | 2014

DE-SIGN in Life Like Light  @ Vision cafe : Chiangmai Thailand

MANEE MANEE MANEE : มานี มานี้ มานี่

ABSTRACT

มานี มานะ ปิติ ชูใจ เป็นตัวละครในหนังสือเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 เพื่อใช้เป็นการเรียนสอนวิชาภาษาไทย ในปี พ.ศ. 2521 จนถึง ปี พ.ศ. 2537 โดยเป้าหมายแบบเรียนฉบับ มานี มานะ ปิติ ชูใจ ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาไทยและรู้สึกสนุกติดใจเมื่อได้อ่าน มีเรื่องราวการดำเนินเรื่องเหมือนใช้ชีวิตจริง เนื้อหาที่สอดแทรกคุณธรรมการรักครอบครัว รักเพื่อน รักสัตว์ รักธรรมชาติ และมารยาททางสังคม ถ่ายทอดผ่านลักษณะนิสัยของตัวละคร มานี มานะ ปิติ ชูใจ และตัวละครต่างๆ ภายในแบบเรียนสอดแทรก ถึงยุคสมัยที่มีความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ครอบครัวอบอุ่น และประชาชนมีศีลธรรมอันดี เป็นหมู่บ้านและชุมชนในอุดมคติ โดยเปรียบเทียบว่าชาติก็เหมือนกับหมู่บ้านเล็กๆ มีครอบครัวประชาชนสามารถพึ่งพิงตนเองได้ มีข้าราชการและนายทุนที่มีจิตใจดี ปัญหาทุกปัญหาสามารถแก้ไขด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ไม่มีความโลภ ตัวเพียงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ทำครอบครัวให้เป็นสุขแล้วสังคมก็จะดีเองขึ้นตาม ซึ่งมีความขัดแย้งกับสภาพเหตุการณ์สังคมก่อนหน้านั้น ซึ่งมีความปั่นป่วนทางการเมืองอย่างรุนแรง จากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ซึ่งมีนักศึกษาและชาวนาจำนวนมาก ถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ มีการปราบปรามจับผู้ต้องสงสัยขั้นรุนแรง แบบเรียนชุดนี้จึงทำหน้าที่ลบภาพความขัดแย้งนี้ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการเมืองและเศรษฐกิจจึงกลายเป็นเรื่องไกลตัว การเมืองจึงเป็นสิ่งที่ไม่ดี ตราบใดที่สังคมสามารถขจัดความวุ่นทางการเมืองได้ และอยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง อย่างสันติสงบ ซึ่งเป็นภาพมายาคติ อุดมการณ์ของฝ่ายอำนาจนำใช้ปิดบังภาพความทรงจำที่ตนได้ก่อความรุนแรงขึ้น และสร้างแนวความคิดภายใต้มายาคติของตนใหม่ สอดแทรกผ่านสถาบันการศึกษาลงในแบบเรียนวิชาภาษาไทยในเด็กชั้นประถม เพื่อก่อให้เกิดการสร้างอำนาจคล้อยตามแนวคิดของตน  ซึ่งต่อมาบุคลิกลักษณะตัวละครมานี มานะ ที่ได้ถูกผลิตซ้ำ ต่อเนื่องและตกผลึกเป็นสื่อบันเทิงแบบประชานิยมในลักษณะการปรารถนาถึงภาพฝันสวยงามในวันเก่าต่างๆ และยังคงทรงพลังของอุดมการณ์อำนาจนำในชุดเดิมไว้อย่างเข็มแข่งอยู่ครอบคลุมมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นอัตลักษณ์ต่อการทำหน้าที่ของประชาชนที่ดีในสังคมชาวไทยส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังทำหน้าที่บทบาทในการพัฒนาสังคมปัจจุบัน เป็นภาพความสวยงามในอุดมคติต่อความทรงจำวัยเยาว์ ต่อการมองสังคม มองโลกและต่อกระบวนการแก้ปัญหาของคนโดยสวนใหญ่ ในการแก้ไขความขัดแย้งในสังคมเพื่อให้สังคมกลับมาสู่ภาพความสวยงามที่เคยสัมผัสเป็นบทเรียนในหนังสือเรียนสมัยอดีต เมื่อเกิดคนส่วนหนึ่งเห็นต่าง หรือวิธีการแก้ปัญหาที่นำมาสู่ปลายผลไม่ใช่ภาพในอุดมคติ เหตุผลของเขาเหล่านั้นจะไม่ถูกนำมาพิจารณาใดๆ

จนมาถึงยุคสมัยปัจจุบัน จากการที่คอมพิวเตอร์มีราคาถูกลง อินเตอร์เน็ตถูกแพร่กระจายอย่างกว้างขวางถูกใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ความพร่าเลือนระหว่างโลกเสมือนในอินเตอร์เน็ตเริ่มมีความใกล้เคียงกับโลกแห่งความจริง เมื่อมนุษย์สามารถเข้าไประบุและสมมุติอัตลักษณ์กลุ่มหรือตัวตนในโลกจำลองในพื้นที่ออนไลน์  การแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์สามารถระบุตัวตนของบุคคลได้ชัดเจนและสามารถส่งผลกระทบในชีวิตจริง ในพื้นที่ออนไลน์จึงสามารถเปรียบเทียบกับสังคมที่มีชีวิตหนึ่งได้ เป็นการเปิดโอกาสคนใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมากมีความตื่นตัว มีส่วนร่วมในการแสดงออกมากขึ้น จากเดิมที่เคยเป็นผู้รับสื่อเพียงฝ่ายเดี่ยวสามารถโต้ตอบแสดงความคิดเห็นของตนเองได้อย่างฉับพลัน ก่อเกิดพื้นที่สาธารณะ ผลิตองค์ความรู้ใหม่ๆ จึงทำให้ก่อกำเนิดตัวละครมานี มานะ ในบุคลิกใหม่ซึ่งหลุดความหมายไปจากเดิมได้ถูกผลิตขึ้น ในการเป็นภาพตัวแทนการ์ตูนตลกล้อเลียนแสดงความเห็นต่างๆส่วนบุคคล มักจะมาในลักษณะของการเป็นการ์ตูนล้อเลียนความหมายต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยการเปรียบเทียบความหมายในรูปแบบเก่าและความหมายใหม่ที่สร้างขึ้นมา ในลักษณ์แบบเรียนออนไลด์ฉบับใหม่ ซึ่งขัดแย้งกับบุคลิกตัวละคร มานี มานะ ในแบบเรียน บางครั้งก็เป็นการระบายความเครียด ซึ่งบางครั้งอารมณ์ขันก็เป็นการแสดงออกถึงความเป็นไม่เป็นมิตรและก้าวร้าว เพื่อตอบสนองอุดมการณ์และผลประโยชน์ของปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มต่างๆ

ภายใต้ความเป็นพื้นสาธารณะ หลายคนหลายความคิด หลายกลุ่มหลายอุดมการณ์ เกิดขึ้นภายในโลกออนไลด์ กลุ่มผู้แนวความคิดที่เคยถูกอุดมการณ์ผู้มีอำนาจนำกดทับทางความคิด เริ่มสามารถออกแสดงตัวขึ้นมา ผ่านความคิดเห็นในมุมมองและเหตุผลต่างๆของตน ผู้คนที่ไม่เคยรับรู้เริ่มอุดมการณ์ที่เคยถูกกดทับเริ่มแสดงความคิดเห็นโต้ตอบ เกิดการประทะประสาน ทางความรู้และเหตุผล ที่ผสมผสานยืดโยงและแบ่งปันกันและกัน โดยใช้บุคลิกตัวการ์ตูน มานี มานะ ปิติ ชูใจ ซึ่งเคยเป็นภาพจดจำตั่งแต่ตอนเรียนหนังสือยามเด็ก เป็นภาพแทนแสดงทัศคติในวาทกรรมของตนต่อสภาพสังคมและการเมืองในมุมมองที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดการยื้อแย่งความหมายในพื้นที่เป็นสนามวาทกรรม

CHAPTER 01 IDEA

เมื่อเราอยู่ในสนามวาทกรรมไหน เรามักจะไม่สังเกตเห็นตนเอง เราจะทำสิ่งนั้นโดยไม่รู้ตัวทั้งการกระทำและความคิด มองเห็นการกระทำในสิ่งตัวเองเป็นสิ่งที่ถูก สิ่งที่นอกเหนือจากวาทกรรมของต้นเองเป็นสิ่งผิด ในขณะที่ความจริงนั้นมีวาทกรรมในสนามวาทกรรมมากมาย ยื้อแย่งความหมายต่างๆ ตัวการ์ตูนมานีก็เช่นกัน ภายใต้สื่อความรู้โลกออนไลด์เช่นกัน เป็นสนามวาทกรรมที่มีวาทกรรมมากมาย หลายหลายมานี คอยปิดหูปิดตา หรือจะใช้เปิดกระโหลกหลุดกระลา ให้เราเห็นต่างกัน

CHAPTER 02 MANEE BOOK

CHAPTER 03 EFFECT

ผ่านมา 35 ปี จำมานีกันได้ไหม หนังสือภาษาไทย ประถมใช้เขียนอ่านกัน อ่านแล้วเป็นคนดี เป็นคนมีความรู้พลัน รักชาติอย่างสร้างสรรค 3 สีนั้นจำขึ้นใจ น้ำเงินเขียวแดงแม่น ลองสวมแว่นตาสีใส หรือลองปิดเปิดไฟ จริงหรือไม่ได้เห็นกัน

APPENDIX



created by Z Axis IT Solution