The Shadow of Buddha

Experimental Project

Suwimol Panyana | MY ACADEMICS PROJECTS | Master Programme | 2014

พระพุทธรูปในทางศาสนาเป็นวัตถุรูปธรรม เป็นสิ่งสมมติที่ใช้แทนพระพุทธเจ้า และเป็นสัญญะที่ทำหน้าที่เป็น Iconic mode หรือวิถีหน้าที่แบบเสมือน แต่เมื่อเวลาผ่านไปการสื่อความหมายทางความเชื่อของวัฒนธรรมถูกบิดเบือนไป กลบเกลื่อนความหมายที่แท้จริงของพระพุทธรูปจนเกิดเป็นมายาคติขึ้น สะท้อนออกมาให้เห็นในรูปของความนึกคิดและการประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ เช่น การปิดทองพระ การเชื่ออย่างสนิทใจว่าพระพุทธรูปคือพระพุทธเจ้า กราบไหว้บูชาเพียงเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ต่างๆ ซึ่งความเชื่อที่ถูกบิดเบือนเหล่านี้ล้วนเป็นมายาคติที่ปิดกั้นเราออกจากคำสั่งสอนที่แท้จริงทางพุทธศาสนา

 

 

ผลงานชิ้นนี้จึงจัดทำขึ้นมาเพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึงความไม่มีตัวตนที่แท้จริงของพระพุทธรูป ที่ทำหน้าที่เป็นเพียงสัญญะให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งโดยแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายในตัวเองแต่อย่างใด จึงสร้างผลงานทดลองออกมาเป็นภาพของพระพุทธรูป โดยใช้เทคนิคการฉายภาพจากเครื่องฉายภาพโปรเจคเตอร์ 2 เครื่องเข้าหากัน ผ่านฉากรับที่เป็นผ้าสีขาว เครื่องแรกฉายภาพพระพุทธรูป ส่วนอีกเครื่องฉายแสงสีขาวแสงจากโปรเจคเตอร์ทั้ง 2 เครื่องเมื่อฉายเข้าหากันก็จะเกิดการหักล้างกันขึ้น จนปรากฏเป็นแสงสีขาวขึ้นอยู่บนฉาก มองไม่เห็นภาพพระพุทธรูป โดยภาพพระพุทธรูปจะปรากฏออกมาเห็นได้ก็ต่อเมื่อมีคนเดินผ่านด้านหน้าของผลงาน หรือยืนบังแสงของโปรเจคเตอร์

ABSTRACT

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานมานานกว่า 2500 ปีแล้ว ในราวพุทธศักราช 370 – 500 พระพุทธศาสนาได้บังเกิดตัวแทนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้น เพื่อเป็นสิ่งสมมติเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าและให้นิยามว่า พระพุทธรูป ซึ่งมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปแบบและนัยยะให้เข้ากับความเชื่อของแต่ละวัฒนธรรมตามแต่ยุคสมัยเรื่อยมา พระพุทธรูปจึงเป็นวัตถุรูปธรรมที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการน้อมนำผู้คนให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นสิ่งย้ำเตือนให้เห็นถึงการมีและดำรงอยู่แห่งพระพุทธองค์ และชักนำให้พุทธศาสนิกชนหันมาปฏิบัติตามคำสอนซึ่งเป็นนามธรรมที่เข้าถึงได้ยาก เปรียบเสมือนรูปธรรมที่ชักนำให้คนเข้าถึงพระธรรมซึ่งเป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อเกิดความเลื่อมใสศรัทธาแล้วพุทธศาสนิกชนก็ควรพึงระลึกเสมอว่าพระพุทธรูปเป็นเพียงสิ่งสมมติ ไม่ใช่แก่นหรือคำสอนที่แท้จริงของศาสนา จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น งมงายและติดอยู่เพียงรูปลักษณ์ของวัตถุ ซึ่งในที่นี้คือพระพุทธรูป ผลงานนี้จึงสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความไม่มีตัวตนที่แท้จริงของพระพุทธรูปที่เป็นเพียงสัญญะหรือสื่อกลางเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เพื่อให้เข้าถึงหลักธรรมคำสอนทางศาสนาโดยง่าย และเพื่อให้ผู้ที่เข้าชมผลงานได้ตระหนักถึงความหมายที่แท้จริงของพระพุทธรูปไม่หลงติดอยู่เพียงเปลือกนอกหรือมายาคติเรื่องความเชื่อทางไสยศาสตร์

 

 

จากความเชื่อที่มีต่อพระพุทธรูปของพุทธศาสนิกชนซึ่งเห็นได้ชัดในปัจจุบัน มักสะท้อนออกมาให้เห็นได้ในรูปแบบของความศรัทธา และการประกอบพิธีกรรมที่มุ่งเน้นไปยังเรื่องของไสยศาสตร์กันมาก เช่น การเชื่ออย่างสนิทใจว่าพระพุทธรูปเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อิทธิฤทธิ์ในการดลบันดาลพรให้ผู้คนที่กราบไหว้ สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ด้วยการปิดทองพระพุทธรูปในบริเวณที่เจ็บป่วย ไม่ได้กราบไหว้เพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณทั้งสามประการ อันได้แก่ พระกรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณของพระพุทธเจ้า ดังเช่นจุดประสงค์เดิม พุทธศาสนิกชนมีการเลือกกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปแต่ละองค์มากขึ้น โดยมักมองเห็นว่าพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่ สวยงาม หรือสร้างมาจากวัสดุที่หาได้ยากและมีราคาแพงกว่า จะมีความศักดิ์สิทธิ์มากกว่าองค์อื่น ๆ เป็นต้น การกราบไหว้พระพุทธรูปที่มุ่งเน้นไปยังเรื่องของไสยศาสตร์เหล่านี้ เป็นผลมาจากการทำงานของมายาคติที่เข้าไปครอบงำ บิดเบือน และกลบเกลื่อนความหมายที่แท้จริงของพระพุทธรูปไป จนทำให้เราเกิดความคุ้นเคยกับความเชื่อทางมายาคติเหล่านี้จนเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาโดยไม่รู้ตัว

APPENDIX

Graphics Design : Experimantal Project in Madifesto 2012 @ CMU Arts Center : Chiangmai Thailand

THE SHADOW OF BUDDHA



created by Z Axis IT Solution