อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยกับการประยุกต์ใช้สื่อออนไลน์ INSTAGRAM กรณีศึกษา "แบรนด์แฟชั่นในกลุ่มวัฒนธรรมย่อยของสัมคมไทย"

Rujiya Nakrueng | Indepentdent Study | Master Programme | 2014

CHAPTER 01 ที่มาและความสำคัญ

ภาพเป็นการสื่อสารที่มีความสำคัญที่สุดของโลกยุคหลังสมัยใหม่ แม้ว่าภาพอาจไม่ได้เข้ามาแทนที่ภาษา (คำพูดและตัวหนังสือ) ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่มีความสำคัญที่สุดในโลกยุคสมัยใหม่ ความต่างของภาพในโลกยุคสมัยใหม่กับหลังสมัยใหม่อยู่ที่ว่า ในโลกยุคสมัยใหม่ ภาพถูกถือว่าเป็นตัวแทนของความจริง ในขณะที่โลกยุคหลังสมัยใหม่ถือว่าภาพก็เป็นเหมือนความเรียงหรือนวนิยาย คือมีความหมายที่ผู้สร้างใส่ลงไว้ โดยไม่เกี่ยวกับวัตถุที่ปรากฏในภาพแต่อย่างเดียว ความหมายที่แฝงไว้ในภาพนั้นจะสื่อถึงผู้อื่นได้ ก็ต้องอาศัยกระแสของความคิด, ขนบธรรมเนียม, ค่านิยม, ความรู้ความเข้าใจ, ฯลฯ ที่มีอยู่ในสังคมเป็นฐาน ไม่ต่างจากกาพย์กลอนหรือวรรณกรรมก็ต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้เป็นฐานในการสื่อความหมายเช่นกัน พูดอีกอย่างหนึ่ง การสื่อความหมายย่อมต้องอาศัยวัฒนธรรมเป็นฐานในการสื่อ ความหมายที่แฝงไว้ในภาพนั้นจะสื่อถึงผู้อื่นได้ ก็ต้องอาศัยกระแสของความคิด,ขนบธรรมเนียม, ค่านิยม, ความรู้ความเข้าใจ, ฯลฯ ที่มีอยู่ในสังคมเป็นฐาน ไม่ต่างจากกาพย์กลอนหรือวรรณกรรมก็ต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้เป็นฐานในการสื่อความหมายเช่นกัน พูดอีกอย่างหนึ่ง การสื่อความหมายย่อมต้องอาศัยวัฒนธรรมเป็นฐานในการสื่อ(http://samrett.blogspot.com/2007/06/blog-post_08.htm)
ในทางกลับกัน การเข้าถึงความหมายของภาพหรือวรรณกรรมจึงต้องอาศัยวัฒนธรรมเช่นเดียวกัน ผู้ "อ่าน" ต้องเข้าถึงวัฒนธรรมของสังคมที่สร้างภาพหรือวรรณกรรมนั้นๆ ขึ้นมาเพียงพอ จึงสามารถจับความหมายที่แฝงอยู่ได้ ด้วยเหตุดังนั้น การวิจารณ์หรือการรู้ทันความหมายที่แฝงอยู่ในภาพจึงเรียกว่า"วัฒนธรรมทางสายตา" อันเป็นศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นจากหลายสาขาวิชา และกำลังจะกลายเป็นศาสตร์แขนงใหม่ของวิชาการในโลกยุคหลังสมัยใหม่ ท่ามกลางการสื่อความด้วยภาพของโลกปัจจุบัน ความสามารถในการ"อ่าน"ภาพจึงมีความสำคัญสำหรับผู้คนในโลกยุคนี้ อย่างเดียวกับความสามารถในการ "อ่านออกเขียนได้" กับภาษาไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือข้อเขียนเคยมีความสำคัญสูงสุดในโลกยุคสมัยใหม่มาแล้ว
นอกจากนี้ สมเกียรติ ตั้งนโม เคยพูดเอาไว้ในบริบทสังคมไทยว่า สมัยก่อนการเดินทางในสังคมเรามักใช้วิธีการเดิน หรือถีบรถจักรยาน ดังนั้นวัฒนธรรมแบบ Text culture จึงเหมาะกับการเคลื่อนที่ของผู้คนในสมัยนั้น แต่เมื่อมีการผลิตรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ สังคมได้ปรับการเคลื่อนที่ของตนเองให้เร็วขึ้น การสื่อสารโดย text culture จึงไม่เอื้อต่อการสื่อสารอีกต่อไป ดังนั้น ความสำคัญของภาพจึงได้เข้ามาแทนที่ เพื่อสื่อกับผู้บริโภคได้ในเวลาอันรวดเร็ว เป็นวัฒนธรรมแบบใหม่ ที่เปลี่ยนตามเงื่อนไขหรือบริบทสังคมที่ที่มีการปรับเปลี่ยนและเคลื่อนตัวไป (www.tja.or.th)

จากข้อมูลที่นำเสนอไปแล้วเกี่ยวกับการที่ภาพเป็นองค์ประกอบหลักในการทำความเข้าใจของมนุษย์ ซึ่งทำให้มนุษย์สามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อผ่านภาพ ด้วยเหตุนี้วัฒนธรรมทางสายตา (Visual Culture) จึงเข้ามามีบทบาทและช่วงชิงพื้นที่ในการสื่อสารไปจากวัฒนธรรมตัวหนังสือ (Text Culture) ดังที่เคยเป็นมา และภาษาภาพซึ่งถูกนำมาใช้มากขึ้นนี้จำเป็นต้องมีการรื้อสร้าง ผ่านการอ่านและถอดระหัส ในการตีความเพื่อทำความเข้าใจสื่อ

กลยุทธ์ลองเทลถูกคิดค้นขึ้นโดย คริส แอนเดอร์สัน ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับการทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก ว่ากันว่ากลยุทธ์นี้สามารถหักล้างกฎ 80/20 ของพาเรโตได้อย่างชัดเจนที่สุด แต่กฎนี้ใช้ได้กับอินเตอร์เน็ตเท่านั้นนะครับ กฎแห่ง 80/20ว่าด้วยการทำธุรกิจบนโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งใน 100ธุรกิจ จะมีธุรกิจเพียง 20%ที่สามารถประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าอีก 80% ย่อมล้มเหลว แต่สำหรับ SME เมืองไทย กูรูหลายท่านกล่าวว่าโอกาสประสบความสำเร็จมีเพียง 10% ที่จะประสบความสำเร็จภายใน 5 ปี และจะมีเพียง 5%ที่สามารถอยู่รอดได้บนเส้นทางอันแสนโหดร้าย (ประวัติ เพียรเจริญ,2551)

การตลาดลองเทล (Long tail Marketing) เป็นการตลาดแนวใหม่ล่าสุดที่สามารถเสนอทางเลือกอันไม่รู้จบให้กับผู้บริโภคได้อย่างน่าทึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดกลุ่มเป้าหมายเพราะข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ หรืองบประมาณเหมือนวิธีทางการตลาดที่ผ่านมา โดยอาศัยกลไกการตลาดแบบอัตโนมัติ (Marketing Automation) มาตอบสนองความต้องการของลูกค้า'ทุกราย'ได้อย่างเป็นระบบ(ดร.วรัญญู สุจิวรพันพงศ์,2552)

ดังนั้น สรุปได้ว่าการทำธุรกิจบนอีคอมเมิร์ซตามหลักลองเทลนั้น เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าชิ้นหนึ่งที่ไม่สามารถหาได้บนโลกแห่งความเป็นจริง ลูกค้าคนนั้นจะพยายามหาสินค้าชิ้นนั้นบนอินเตอร์เน็ต และถ้าคุณมีสินค้าชิ้นนั้นขายอยู่บนเว็บไซต์ของคุณ แม้ว่าราคาของสินค้านั้น ๆอาจจะไม่ได้ถูกมากนัก แต่เปอร์เซ็นต์ที่คุณจะสามารถขายสินค้าชิ้นนั้นได้ ย่อมมีมากกว่าการขายสินค้ายอดฮิตที่ลูกค้าจะตัดสินใจเลือกซื้อสินค้านั้น ๆ จากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงเป็นหลัก จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า Instagram เป็นช่องทางหนึ่งให้ธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจที่มีผู้บริโภคเป็นกลุ่มย่อยๆ เฉพาะเจาะจง แม้สื่อสังคมออนไลด์จะเป็นโอกาสที่ทุกธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่นับเป็นช่องทางที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับ ธุรกิจบางประเภท เช่น ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีกําลังทรัพย์เพียงพอสําหรับ การโฆษณา สินค้าทางโทรทัศน์มีช่องทางทางการตลาด ช่วยให้ธุรกิจที่มีสินค้าและบริการหลากหลายแบ่ง ทําการตลาดกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้ด้วยต้นทุนต่ํา และช่วยให้ธุรกิจบริการที่วัดคุณภาพสินค้า ได้ยากมีช่องทางสําหรับบอกต่อประสบการณ์ได้ถึงผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ในกรณีศึกษาของงานวิจัยนี้ได้มุ่งไปศึกษาที่อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยที่เลือกใช้การสื่อสารผ่านรูปภาพกับผู้บริโภคผ่านสื่อสังคมออนไลด์ จากการที่ผู้บริโภคได้กด Follow Instagram ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ทำให้เกิดวัฒนธรรมย่อยของผู้บริโภคที่ชื่นชอบในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย 

CHAPTER 02 วัตถุประสงค์ (Purposes of the study)

1.เพื่อศึกษาปรากฎการณ์ผู้บริโภคทางสังคมที่มีผลต่อการสร้างการรับรู้สินค้าแฟชั่นผ่านสื่อออนไลน์ INSTAGRAM 

2.เพื่อได้แนวทางการวางกลยุทธ์สําหรับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของแบรนด์แฟชั่นไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ INSTAGRAM

3.ผลของการศึกษาเพื่อทําสื่อเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับ การสร้างการรับรู้สินค้าแฟชั่นผ่านสื่อออนไลน์ INSTAGRAM

CHAPTER 03 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย

ในการศึกษาวิจัยเรื่องอุตสาหกรรมแฟชั่นกับสื่อออนไลน์ INSTAGRAM กรณีศึกษา \"แบรนด์แฟชั่นในกลุ่มวัฒนธรรมย่อยของสังคมไทย\" ผู้วิจัยได้ทบทวนทฤษฎี และเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาสู่การวิเคราะห์อุตสาหกรรมแฟชั่นในกลุ่มวัฒนธรรมย่อยของสังคมไทย ที่เลือกการใช้การสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งผู้วิจัยได้ลงไปศึกษาถึงการสร้างแบรนต์แฟชั่นใหม่ของกลุ่มวัฒนธรรมย่อยในสังคมไทยที่นำเสนอภาพถ่ายบน INSTAGRAM โดยมีแนวคิดทฤษฎีที่ได้นำมาใช้เป็นกรอบในการศึกษาดังนี้คือ 1. แนวคิดเกี่ยวกับแฟชั่น เฟรเดริก ม็องนีรอง นักสังคมวิทยากล่าวว่า เสื้อผ้ามีบทบาทสำคัญในการแสดงเอกลักษณ์ทางสังคม และเพศ โดยมีหน้าที่แบ่งแยกความแตกต่างของชนชั้นทางสังคมในสมัยก่อนจนถึงศตวรรษที่ 18 ต่อมาเกิดการปฎิวัติระบบการปกครองในฝรั่งเศส พลเมืองมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการแต่งตัว จากนั้นการแต่งกายของผู้ชาย และผู้หญืงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของชนชั้นกลาง ผู้หญิงเท่านั้นที่มีสิทธิ์สวมเสื้อผ้าที่มีสีสัน ส่วนผู้ชายต้องเลือกใช้สีดำ ในศตวรรษที่ 20 ผู้หญิงหันมาสวมเสื้อผ้าของผู้ชายอย่างกางเกง และเนคไท ส่วนผู้ชายก็เริ่มสวมเสื้อผ้าีท่มีสีสันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเสสื้อเชิ้ตสีชมพู และแจ็กเก็ตสีเขียว และหันมาใช้เนื้อผ้าที่อ่อนนุ่มมากขึ้นอย่างที่ตัดเย็บเสื้อผ้าผู้หญิง รวมถึงการใส่เครื่องประดับ การที่ผู้หญิงสวมใส่เสื้อผ้าแบบผู้ชาย เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ทางสังคมที่ผู้หญิงมีสิทธิ์เท่าเทียมผู้ชายแล้ว มนุษญ์ดำเนินชีวิตโดดยที่มีเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายเป็นเครื่องนุ่งห่มมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะทำให้ร่างกายอบอุ่น ปกป้องความร้อน ความหนาว ปกปิดส่วนซ่อนเร้นอันไม่พึ่งประสงค์ให้ผู้อื่นเห็น แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนในสังคมไม่เพียงแต่งกายตามหน้าที่พื้นฐานของเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังแต่งกายเพื่อแสดงสถานภาพ และบทบาททางสังคมของตนด้วย 2. แนวคิดเกี่ยวกับ Long Tail System การตลาดลองเทล (Long tail Marketing) เป็นการตลาดแนวใหม่ล่าสุดที่สามารถเสนอทางเลือกอันไม่รู้จบให้กับผู้บริโภคได้อย่างน่าทึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดกลุ่มเป้าหมายเพราะข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ หรืองบประมาณเหมือนวิธีทางการตลาดที่ผ่านมา โดยอาศัยกลไกการตลาดแบบอัตโนมัติ (Marketing Automation) มาตอบสนองความต้องการของลูกค้า\'ทุกราย\'ได้อย่างเป็นระบบ 3. แนวคิดเรื่องตราสินค้า แนวคิดเรื่องตราสินค้า(Brand) ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการตลาดในยุคนี้ ด้วยเหตุว่าสิ่งแวดล้อมทางการตลาดเปลี่ยนไป สินค้าหลากหลายประเภทมากขึ้น ตราสินค้าก็ เกิดขึ้นมากมาย นอกจากนี้การใช้สื่อต่าง ๆ เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ที่เกี่ยวกับสินค้าไปสู่ผู้บริโภคก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นจึงจําเป็นอย่างยิ่งที่ตราสินค้าของจะต้องมี ความโดดเด่น มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงมีการวางตําแหนงเพื่อครองใจผู้บริโภคให้ได้ อย่างต่อเน่ืองอยู่ตลอดเวลาซ่ึงเพ่ือให้รู้ว่าตราสินค้าของเราเป็นอย่างไรน้ันควรจะมีการวิเคราะห์ ตราสินค้า ตนเอง (SWOT Analysis) (ศรีกัญญา มงคลสิริ, 2547, น. 32-36) สรุปได้ว่า ในสังคมปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีราคาถูกลง ความรู้ต่าง ๆ สามารถเรียนรู้และพัฒนาให้ทันกันได้การตลาดมีสภาพที่ได้เปรียบเสียเปรียบ กันไม่มากในแง่ความโดดเด่นของสินค้า ยกตัวอย่างเช่น แชมพูทุกยี่ห้อ สระผมได้ เงางาม ดำสลวย สวยเก๋ เหมือนกัน โทรทัศน์ เกือบทุกยี่ห้อ มีจอแบน เหมือนกันโทรศัพท์ มือถือเกือบทุกยี่ห้อก็สามารถถ่ายภาพได้ แล้วอะไรจะเป็นตัวช่วยที่แท้จริงที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้าของเราแทนการเลือกซื้อสินค้าของคู่แข่ง “Branding” จึงไม่ใช่เรื่องของการสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างส่วนแบ่งทางอารมณ์และจิตใจของผู้บริโภค ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการเป็นเจ้าของ “Position of Privilege” หรือตำแหน่งอันมีศักดิ์ศรีในใจผู้บริโภคอย่างถาวร และยาวนาน รูปแบบที่หลากหลายของ “Branding” เหตุผลที่ทำให้ Branding เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจาก Branding ไม่เป็นเพียงการนำเสนอสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ Branding ยังเป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์และผู้บริโภคด้วยคุณค่าที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจ จงรักภักดี และคาดหวังได้ทั้งด้านอรรถประโยชน์ อารมณ์ และความรู้สึก ช่วยลดระยะเวลาในการตัดสินใจเลือกซื้อจากตัวเลือกที่มีอยู่ในตลาดมากมาย 4. แนวคิดเรื่องการบริโภคเชิงสัญญะ ฌอง โบดริยาร์ด (Jean Baudrillard) เป็นนักคิดวิพากษ์สังคมบริโภคนิยม โดยโบดริยาร์ดมองเห็นว่าการบริโภคในปัจจุบันไม่ใช่การบริโภคเพื่อสนองตอบ ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน หรือการใช้ประโยชน์โดยตรงจากสินค้าอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นการบริโภคเชิงความหมาย หรือที่เรียกว่า “การบริโภคเชิงสัญญะ” (consumption of sign)สัญญะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสิ่งอื่น ปฏิบัติหน้าที่แทนสิ่งอื่นที่ขาดหายไป ดังนั้นสิ่งของต่างๆไม่ได้มีคุณค่าในตัวเอง แต่ถูกกำหนดให้เป็นส่วนประกอบในการสร้างบรรยากาศของระบบคุณค่าระบบใดระบบ หนึ่ง ที่ดำรงอยู่มากมายในสังคมปัจจุบัน คุณค่าที่สัญญะสร้างขึ้นนี้เองได้ทำให้สิ่งของสามารถรวมเข้าไปอยู่ในระบบ หนึ่งๆได้ ในปัจจุบันนี้การบริโภคสินค้าต่างๆของคนทั่วไป เป็นการบริโภคเชิงสัญญะทั้งสิ้น กล่าวคือ “ความต้องการ” สำหรับสังคมบริโภคจึงไม่ใช่ความต้องการที่ว่าวัตถุนั้นใช้ทำหน้าที่อะไร แต่เป็นความต้องการ “ความแตกต่าง” ที่เป็นความแตกต่างใน “ความหมายของสังคม” สังคมในปัจจุบันจึงเป็นสังคมที่มีความต้องการอย่างไม่สิ้นสุด ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง แต่เป็นผลมาจากขอบเขตวัฒนธรรม การบริโภคจึงเป็นเรื่องของการโอ้อวด เป็นการบริโภคจินตนาการ บริโภคความฝัน ทฤษฎีบริโภคนิยมนั้นใช้กับงานวิจัยเพื่อการวิเคราะห์หาสาเหตุปัญหา ต่างๆในสังคมแยกแยะกลุ่มประเภทของวัฒนธรรม และทำให้เข้าใจระบบกระบวนการของบริโภคนิยมที่แซกตัวเข้ามาในวัฒธรรมต่างๆ อย่างแนบเนียน โดยที่ โบดิยาร์ด ให้นิยามของบริโภคนิยมในเชิงความหมาย หรือ การบริโภคเชิงสัญญะ ซึ่งสัญญะนั้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสิ่งอื่น นั่นหมายความว่า สิ่งของต่างๆ ไม่ได้มีคุณค่าในตัวมันเอง แต่ถูกประกอบขึ้นให้เป็นระบบคุณค่าระบบใดระบบหนึ่งเท่านั้น ความต้องการต่างๆทางวัตถุนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ต้องการวัตถุ แต่เป็นการช่วงชิงพื้นที่ของหน้าตาทางสังคม เพื่อไม่เป็นการถูกล้อ ถูกรังเกียจ ถูกเหยียดหยาม แต่ความจริงแล้วมันเป็นแค่การโอ้อวดเป็นการบริโภคจินตนาการเท่านั้นเอง 5. แนวคิดเรื่องสื่อใหม่ (New Media) ในบริบทของ INSTAGRAM สื่อใหม่ (New media) หมายถึง สื่อที่เอื้อให้ผู้ส่งสารและผู้รับสารทำหน้าที่ส่งสารและรับสารได้พร้อมกันเป็นการสื่อสารสองทาง และสื่อยังทำหน้าที่ส่งสารได้หลายอย่างรวมกัน คือ ภาพ เสียง และข้อความไปพร้อมกัน โดยรวมเอาเทคโนโลยีของสื่อดั้งเดิม เข้ากับความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีสัมพันธ์ ทำให้สื่อสามารถสื่อสารได้สองทางผ่านทางระบบเครือข่ายและมีศักยภาพเป็นสื่อแบบประสม (Multimedia) ปัจจุบันสื่อใหม่พัฒนาขึ้นหลากหลาย ที่เป็นที่รู้จักและนิยมกันมากขึ้น (Burnett, R. and Marshall D. P. 2003: 40-41) Instagram (อินสตาแกรม) คือ แอพพลิเคชั่นถ่ายภาพและแต่งภาพบนสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมกับลูกเล่นการแต่งเติมสีสันให้กับรูปภาพด้วย Filters (ฟิลเตอร์) ต่าง ๆ ที่ให้เราสามารถเลือกปรับภาพได้หลากหลายและสวยงาม  แนวอาร์ต ๆ ได้ตามใจชอบทั้งในเรื่องของ สี แสง เรียกได้ว่าสามารถปรับอารมณ์ของรูปภาพได้ตามต้องการ และสามารถแชร์รูปภาพสวย ๆ อวดเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสังคมออนไลน์อื่น ๆ เช่น Twitter, Facebook, Tumblr และ Foursquare เป็นต้น และในตัว Instagram เองก็เป็นสังคมออนไลน์การแบ่งปันภาพถ่าย (Social Photo Sharing) เพราะ Instagram มีระบบ Followers และ Following ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตามชมรูปภาพ ความเคลื่อนไหวการใช้งานของเพื่อน ๆ ที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นหากถูกใจ ชอบรูปภาพไหน สามารถกด Like รวมไปถึง Comment รูปภาพนั้นได้

APPENDIX

ตัวอย่างภาพจาก INSTAGRAM



created by Z Axis IT Solution