Cultural Jamming and Parody in Language, Politics, Culture in the Context of Facebook and the User Participatorial Behavior.

Somprattana SUKJAI | Indepentdent Study | Master Programme | 2014

ABSTRACT

           Culture Jamming หรือ “การป่วนทางวัฒนธรรม” เป็นกิจกรรมของขบวนการสังคมใหม่ที่พบเห็นได้ บ่อยและแพร่หลายในหลายๆ ประเทศ ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกําลังพัฒนา ปรากฏให้เห็นทั้งในโลกความเป็นจริงและในโลกความเป็นจริงเสมือนเช่นอินเทอร์เน็ต “การป่วนทางวัฒนธรรม” เป็นการทํากิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ โดยมีเป้าหมายสองประการ คือ รบกวนการสื่อสารของแนวคิดกระแสหลักในสังคมบริโภคนิยม และสื่อสารความหมายหรือข้อมูลบางอย่างที่ทวนกระแสให้คนทั่วไปรับรู้หรือตั้งคําถาม และในขั้น สูงสุดคือเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวเองจากการเป็นผู้บริโภคกลับไปสู่การเป็นพลเมืองที่ตระหนักถึงปัญหา สังคมและหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น (ภัควดี วีระภาสพงษ์, 2552, Culture Jamming : การป่วนทางวัฒนธรรม โพสต์ในกลุ่มคอลัมนิสต์ออนไลน์ จาก artgazine.com)

            การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวทางการเมือง วัฒนธรรม ศีลธรรม กรอบจารีตปฏิบัติ ประเพณี รวมไปถึง ปรากฏการณ์ทางสังคมต่างๆ ในรูปแบบของการล้อเลียน ประชดประชันเสียดสี หรือการวิพากษ์วิจารณ์แบบทีเล่นทีจริง ที่ปรากฏตัวอย่างแพร่หลายบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสําคัญของการเปิดพื้นที่สําหรับ การถกเถียง และการแสดงออกทางความคิด ทัศนคติของปัจเจก Facebook เป็นเครือข่ายชุมชนความสัมพันธ์ออนไลน์ ที่มีการเผยแพร่ปฏิบัติการณ์ของการล้อเลียนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งยังมีผู้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับปรากฏการณ์นั้นๆ มากจนสามารถสร้างเป็นชุมชนเฉพาะ หรือที่เรียกว่า แฟนเพจ (Fan page) ซึ่งมีมากมายหลากหลายชุมชนตามชุดความเชื่อ และกรอบวิธีการมองโลกของผู้สร้างสื่อนั้น

            การแสดงออกและเผยแพร่ทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ ในรูปแบบของการล้อเลียนที่เกิดขึ้นบนเฟซบุ็กนี้ี้เริ่มมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งรวมไปถึงกิจกรรมทางสังคม การขับเคลื่อนมวลชน การระดมทรัพยากร และการสื่อสารทั้งสนับสนุนและโจมตีแนวคิด หรือกลุ่มทางการเมือง ทั้งกลวิธีการสร้างสรรค์สื่อที่เผยแพร่ออกมา ความคาดหวังของการเผยแพร่ จนถึงรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การปะทะประสานของผู้คนที่ร่วมใช้งานที่ปรากฏตัวขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตนี้ จัดว่าเป็นการทําให้อํานาจบางอย่างปั่นป่วน จากกรณีข้างต้น การล้อเลียนทํางานขัดขืนอํานาจโดยพยายามเลียนแบบวัตถุทางวรรณศิลป์ กลุ่มคน หรือระบบคิดความเชื่อ ทว่าในกระบวนการล้อเลียน เนื้อหา (content) ดั้งเดิมของสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการล้อถูกถอดออก ขณะที่รูปแบบเดิม (form) ยังคงอยู่ เนื้อหาที่ถูกใส่แทรกเข้ามาใหม่มักไม่มีความเกี่ยวข้องหรือกระทั่งมีนัยขัดแย้งกับกับรูปแบบที่เหลืออยู่ ผลคืออาการผิดฝาผิดตัว จับแพะชนแกะจนเป้าหมายการล้อเลียนนั้นกลายเป็นสิ่งขําขัน

            ในทางทฤษฎี ชุดความคิดความเชื่อที่ถูกล้อเลียนมักสูญเสียแก่นสารที่ช่วยพยุงความเป็นเนื้อเดียวกันและความเป็นเหตุผล จนความน่าเชื่อถือของชุดความคิดความเชื่อนั้นสั่นคลอน หน้าตาของวาทะกรรมตัดแต่งนี้จึงดูเพี้ยน ๆ (absurd) หรือกระทั่งปรากฏสารทางการเมืองซึ่งกระแทกแดกดันเนื้อหาดั้งเดิมของต้นฉบับที่ให้กําเนิดผลิตผลของการล้อเลียน วิธีการเช่นนี้บั่นทอนวาทกรรมหรือชุดความคิดความเชื่อเดิมซึ่งเป็นเป้าแห่งการล้อเลียนไม่ให้สมอ้างได้ว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนความจริงที่จริงที่สุด (truth claim) ดั้งเดิมที่สุด (the most authentic)

            ด้วยอัตราการเจริญเติบโตและการขยายตัวของเพจที่ถูกสร้างขึ้นสําหรับเป็นพื้นที่ในการแสดงออกของทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ ในรูปแบบของการล้อเลียนที่เกิดขึ้นบนเฟซบุ็กนี้เอง ทําให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาวาทกรรม ที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้ปรากฏการณ์เหล่านี้ ทั้งกลวิธีการสร้างสรรค์สื่อที่เผยแพร่ออกมา ความคาดหวังของการเผยแพร่ทัศนคติเหล่านั้น ไปจนถึงรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การปะทะประสานของผู้คนที่ร่วมใช้งาน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ในฐานะที่มันกิจกรรมทางการสื่อสารรูปแบบหนึ่งซึ่งจัดว่ามีพลังพอที่จะทําให้อํานาจบางอย่างในกระแสหลักปั่นป่วนนี้ กําลังต่อสู้กับแรงเบียดขับของวาทกรรมอํานาจที่ที่แฝงฝังในสังคมได้ส่งผลไปในวงกว้างมากน้อยแค่ไหน และมีผลต่อปฏิบัติการหรือการใช้ชีวิตของสังคมจริงในโลกออฟไลน์อย่างไร


created by Z Axis IT Solution