กลยุทธ์การบูรณาการสื่อมวลชนและสื่อใหม่ กับพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารทางการเมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

Suwimol Panyana | Indepentdent Study | Master Programme | 2014

CHAPTER 01 01 ที่มาและความสำคัญ

ในอดีตสถาบันสื่อมวลชน เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ถือเป็นสื่อเก่าที่ควบคุมอำนาจการสื่อสารไว้ ในมือ ประชาชนยังไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลข่าวสารมากนัก มิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault) นักคิดคนสำคัญด้านสังคมศาสตร์เคยเสนอไว้ว่า สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจของเจ้าของสื่อหรือผู้ที่สามารถควบคุมสื่อไว้ในมือ ซึ่งในอดีตลักษณะนี้จะเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดในด้านการเมือง สื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการสร้างอุดมการณ์เพื่อให้คนในชาติเกิดความเชื่อเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป สื่อก็ยังคงมีหน้าที่ในการสร้างอำนาจให้แก่ผู้ที่ครอบครองมันอยู่ เพียงแต่ไม่ใช่รัฐเท่านั้นที่มีอำนาจดังกล่าว  เอกชนก็มีบทบาทในการควบคุมสื่อเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตัวเองเช่นกัน

สื่อโทรทัศน์ถือเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย มีอัตราการเข้าถึงประชากร 98% และเป็นแหล่งรวมเม็ดเงินจากการโฆษณามูลค่ามหาศาล  มูลค่าโฆษณารวมของสื่อโทรทัศน์ในปี 2555 จากข้อมูลของ AGB Nielsen Media Research อยู่ที่ 68,105 ล้านบาท คิดเป็น 58% ของเม็ดเงินทั้งหมดในอุตสาหกรรมโฆษณาโดย รวม และมูลค่าโฆษณาก็สูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี แนวทางการผูกขาดธุรกิจของสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยนั้น ชัดเจนว่าใช้การผูกสัมพันธ์กับอำนาจทางการเมือง  ทั้งการเมืองเชิงโครงสร้าง-สถาบันที่เป็นทางการ และสายสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม ทุนธุรกิจสื่อกับขั้วอำนาจ ทางการเมือง เพื่อผูกขาดช่องทางทางธุรกิจและกีดกันไม่ให้กลุ่มทุนสื่ออื่นๆสามารถเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ได้ ในลักษณะเดียวกัน  (อิสริยะ ไพรรีพ่ายฤทธิ, 2556)

สื่อโทรทัศน์จึงเป็นสื่อเก่าที่มีการผูกขาดทางอำนาจสื่อไว้มากที่สุด เพราะสื่อสารผ่านทั้งภาพและเสียง และแพร่หลายกระจายเข้าไปยังเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ  สามารถใช้เป็นตัวแทนของสื่อเก่าที่สื่อสารทางเดียวไปสู่ผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด  แม้ว่าสถานีโทรทัศน์จะปรับตัวให้ผู้บริโภคสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับรายการได้มากขึ้น เช่น การส่งข้อความเข้าไปร่วมพูดคุยในรายการ  การร่วมตอบคำถามเพื่อชิงของรางวัล  แต่ปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นก็ถือว่าเปิดโอกาสน้อยมากสำหรับผู้บริโภคที่มีจำนวนมหาศาล  สามารถเข้าถึงได้ยาก และกลไกการทำงานก็ไม่มีการเปิดเผยที่ชัดเจน  นอกจากนั้นยังมีความผูกพันกับผลประโยชน์ด้านการค้าอย่างแนบแน่น วัดจากปริมาณโฆษณาที่ออกอากาศ  ดังนั้นการบริโภค ข่าวสารทางสื่อโทรทัศน์  ผู้บริโภคจึงไม่มีโอกาสแสดงความเห็นต่าง  เป็นเพียงผู้รับสารเท่านั้น  สอดคล้องกับ ทฤษฎีเข็มฉีดยา (Hypodermic Needle) ที่เชื่อว่าสื่อมวลชนมีบทบาทและทรงอิทธิพลอย่างมากต่อผู้รับสาร กล่าวคือ สามารถกำหนดข่าวสารและส่งข่าวสารไปยังผู้รับ โดยคาดคะเนผลที่จะเกิดขึ้นได้ คล้ายกับหมอฉีดยาให้คนป่วย ข่าวสารที่ส่งไปก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้รับโดยตรง กว้างขวาง และทันที ส่วนฝ่ายผู้รับ ข่าวสารเป็นคนจำนวนมาก ที่ต่างคนต่างอยู่ เฉื่อยชา และมีปฏิกิริยา หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปตามที่ผู้ส่งข่าวสารต้องการ  ไม่มีบทบาทหรืออำนาจควบคุมผู้ส่งข่าวสารได้ (สุรสิท ธิ์  วิทยารัฐ,2555)

แต่โลกในปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารเปิดกว้าง มนุษย์สร้างสรรค์เครื่องมืออิเล็กทรอนิคต่างๆ ขึ้นมารองรับความสะดวกสบายมากมาย เช่น สมาร์ทโฟน แทปเลท  เครื่องมือเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้มีทางเลือกในการเสพข่าวสารหลากหลายช่องทางมากขึ้น  โดยเฉพาะข้อมูลที่สื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต พื้นที่ของสื่ออินเตอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้สื่อใหม่กลายเป็นสื่อที่มีอิทธิพลด้วยฐานผู้ใช้ที่มีจำนวนมาก  สามารถส่งต่อข้อมูลและแสดงความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว เปิดกว้าง  เทคโนโลยีสามารถทำลายเส้นแบ่งของบริบททางพื้นที่และเวลาลงได้  อีกทั้งในปัจจุบันอยู่ในยุคของ “การหลอมรวมสื่อ” (Media Convergence) (อ้างใน วงหทัย ตันชีวะวงศ์, 2555:ออนไลน์) ที่มีพัฒนาการไปถึงระดับที่สามารถรวมหน้าที่การทํางานในการสื่อสารต่างๆไว้ในอุปกรณ์เดียวกัน อุปกรณ์สื่อสารหนึ่งๆสามารถทําการสื่อสารได้มากกว่าหนึ่งหน้าที่ และบรรจุสาระเนื้อหา (Contents) ได้มากกว่าหนึ่งประเภท เช่น ผู้บริโภค สามารถดูรายงานข่าวโทรทัศน์กระจายเสียงได้จากสมาร์ทโฟน และส่งอีเมล์ไปหาเพื่อนที่เดินทางไปต่างประเทศได้ เป็นต้น  การหลอมรวมเข้าด้วยกันของสื่อจึงส่งผลให้การแบ่งแยกประเภทของสื่อใหม่ในปัจจุบันทําได้ยากยิ่งขึ้น  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย หรือแม้แต่ในมิติของการโฆษณาสินค้าของบริษัทต่างๆ ก็เริ่มหันมาสื่อสารการตลาดผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น เพราะใช้ต้นทุนน้อย  สามารถสื่อสารไปยังผู้บริโภคได้โดยตรงและวัดผลได้ง่าย  อิทธิพลของสื่อมวลชนในการกุมอำนาจสื่อจึงถูกลดทอนลง  จะเห็นได้ว่าสื่อเก่าก็ต่างหันหน้าเข้ามาปรับตัวเข้ากับสื่อใหม่ผ่าน การสื่อสารกับผู้ชมผ่านอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น  ทั้งการจัดทำเวบไซต์  การสร้าง facebook fanpage, twitter, instagram ฯลฯ

เมื่อช่องทางการบริโภคข่าวสารหลากหลายมากขึ้น  อีกทั้งจุดเด่นของสื่ออินเตอร์เน็ตที่ผู้ใช้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาได้ ทำให้สื่ออินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ได้รับความนิยมใช้เป็นช่องทางในการบริโภค ข่าวสารของคนในสังคมมากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวสารทางการเมืองของไทย ในยุคที่สังคมไทยประสบกับ วิกฤตทางการเมืองตั้งแต่ใน พ.ศ.2548 จนถึงปัจจุบัน   อันเป็นชุดของเหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากความขัดแย้งระหว่าง กลุ่มการเมืองซึ่งมีความเห็นต่อต้านและสนับสนุน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยวิกฤตการณ์ ดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อ เสถียรภาพทางการเมืองในไทย ทั้งยังสะท้อนภาพความไม่เสมอภาคและความแตกแยกระหว่างชาวเมืองและชาวชนบท  การละเมิดพระราชอำนาจ  การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งบั่นทอนการเมืองไทยมาเป็นเวลาช้านาน (อ้างใน Wikipedia, 2556: ออนไลน์) จนอาจเรียกได้ว่าสังคมไทยถูกแบ่งออกเป็นสองขั้ว  วิกฤตการณ์ทางการเมืองเหล่านี้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน และหยั่งรากลึกทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเหตุการณ์ที่คนในสังคมจับตามอง

“ขอบเขตของความขัดแย้งที่มีมากกว่าความขัดแย้งในอดีต  จนกล่าวได้ว่าความขัดแย้งในครั้งนี้แผ่กว้าง และซึมลึกไปทั่วทุกอาณาบริเวณของสังคมทั้งในเมืองและชนบท   ครอบคลุมผู้คนในแทบทุกวงการตั้งแต่ชนชั้นนำ ในส่วนกลางลงไปถึงชาวบ้านในท้องถิ่น  สภาพความเป็นขั้วขัดแย้งตามสภาพจุดยืนทางการเมืองของแต่ละกลุ่ม และพื้นที่มีการแยกแยะกันอย่างเห็นได้ชัด”  (อ้างใน พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, 2555: ออนไลน์)  การแบ่งขั้วทางความคิดของคนในสังคมต่อประเด็นทางการเมืองที่ชัดเจนในปัจจุบัน   ยิ่งผลักดันให้ผู้บริโภคข่าวสารเริ่มมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็นของตนต่อเหตุการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในสังคมมากขึ้น  ทำให้พื้นที่สื่อมวลชนกระแสหลัก ที่นำเสนอข้อมูลแก่ประชาชนเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคข่าวสารมากเท่าที่ควร  และด้วยความที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ที่สนใจในประเด็นเดียวกันได้   อีกทั้งยังมีความรวดเร็วฉับไวในการนำเสนอ  และผู้ใช้งานสามารถเลือกเนื้อหาที่ตนต้องการบริโภคได้เอง  สื่อสังคมออนไลน์เป็นสื่อทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน  โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ Facebook

Facebook (www.facebook.com) เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ชนิดหนึ่งที่ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548  โดยแต่แรกนั้นได้เปิดให้ใช้งานเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด และในท้ายที่สุดในปี 2550 ก็ได้เปิดให้ทุกคนที่มีอีเมล์ได้เข้าใช้งาน   ด้วยความที่ง่ายต่อการเข้าถึงจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ Facebook เป็นที่นิยมไปทั่วโลก  รวมถึงในประเทศไทยด้วย  จากผลสำรวจในปี 2556 โดยเวบไซต์ ZocialRank (2555:ออนไลน์) ซึ่งเป็นเวบไซต์ที่เก็บสถิติของสื่อสังคมออนไลน์  พบว่าประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประมาณ 25 ล้านคน จากประชาชน 66 ล้านคน  เป็นผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดประมาณ 18 ล้านคน  โดย Facebook ได้รับความนิยมมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 85% ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดในประเทศ  ด้วยกระแสความนิยมและจำนวนผู้ใช้ที่มีจำนวนมาก และความสามารถในการสื่อสารได้ถึงผู้ชมโดยตรง  ทำให้สื่อมวลชน เช่น สื่อโทรทัศน์ฟรีทีวีหันมาสื่อสารกับผู้ชมผ่าน Facebook Fanpage กันมากขึ้น

กรณีศึกษา Facebook Fanpage “เรื่องเล่าเช้านี้” รายการข่าวทางช่อง 3  ซึ่งเป็นช่องโทรทัศน์ที่หน่วยงานรัฐให้สัมปทานแก่เอกชนดำเนินการ ปัจจุบันมีผู้กดไลค์เพื่อติดตามข่าวสารเป็นจำนวน 1,456,275 คน (ยอดผู้กด ไลค์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557 เวลา 02.34 น.) เริ่มเปิดให้ติดตาม เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553  และ Facebook Fanpage “www.mcot.net”  เป็นช่องทางการติดตามข่าวสารของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9  หรือ โมเดิร์นไนน์ ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐวิสาหกิจ มีผู้กดไลค์เพื่อติดตามข่าวสารจำนวน 180,917 คน (ยอดผู้ กดไลค์ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2557 เวลา 11.41 น.)  เริ่มเปิดให้กดติดตามเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2552

Facebook Fanpage ตัวอย่างดังกล่าวจะนำเสนอข่าวสารต่างๆ ทั้งคลิปวิดีโอข่าวที่นำเสนอผ่านรายการในช่องโทรทัศน์ บทความข่าวสาร และข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ คลิปวิดีโอที่นำเสนอก็จะมีการสอดแทรกโฆษณาคั่นก่อนเริ่มเล่นคลิป  ผู้ใช้สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็น กดถูกใจข่าว กดถูกใจหรือตอบกลับความคิดเห็นของผู้ใช้ คนอื่นๆ และแชร์ข่าวดังกล่าวไปยังหน้าเฟสบุคของตนหรือของเพื่อน สื่อสังคมออนไลน์จึงกลายเป็นสังคมข่าวสาร ที่ข้อมูลต่างๆมีการวนเวียนผ่านการบอกต่ออย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะเรื่องราวที่เป็นที่สนใจของสังคมในขณะนั้น 

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นข้างต้นจะเห็นได้ว่า เมื่อสื่อมวลชนเริ่มบูรณาการเข้ากับสื่อใหม่ มันได้เปลี่ยนแปลงมนุษย์ให้เข้าสู่ยุค interactive culture หรือ ยุคที่ประชาชนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับข่าวสารรอบตัวมากขึ้น  ทุกคนสามารถเป็นผู้นำเสนอข่าวสารเองได้  ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสื่อด้วยตนเอง หรือการนำสื่อต่างๆมาดัดแปลง นำเสนอซ้ำในมุมมองใหม่ มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น สามารถวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถาม ต่อข่าวสาร รวมไปถึงการทำงานของสื่อกระแสหลัก อินเตอร์เน็ตจึงกลายเป็นพื้นที่ของสื่อทางเลือกใหม่ หรือสื่อภาคประชาชนที่ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแสดงออก  อีกทั้งความเป็นนิรนามที่ปราศจากระบบชนชั้นยังช่วยส่งเสริมให้เกิดสังคมเสมือนที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าสังคมในโลกออฟไลน์ เสริมสร้างความเป็นพลเมือง (citizenship) ของคนในสังคม  ส่งเสริมความคิดต่างที่ตอกย้ำให้เห็นว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องเชื่อมั่นในข้อมูลที่สื่อมวลชนนำเสนอและยัดเยียดให้เสมอไป  เพราะผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบข้อมูลในหลากหลายช่องทางมากขึ้น  สามารถชั่งน้ำหนักของเหตุผลและแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้ใช้คนอื่นๆได้ ผู้ใช้สามารถเลือกบริโภคข่าวสารได้ตาม ความต้องการ ไม่ผูกติดกับบริบททางพื้นที่และเวลา นอกจากนั้นยังสามารถสวมบทบาทพลเมืองเชิงรุกในการนำเสนอหรือนำเอาสถาบันสื่อมาเติมเต็มต่อยอด กลายเป็นผู้สร้างและผู้รับสื่อในเวลาเดียวกัน  ซึ่งต่างจากกระบวนการ ในการส่งสารของสื่อเก่า ที่หากจำแนกตามทิศทางการไหลของข่าวสาร จะมีลักษณะเป็นการสื่อสารแบบทางเดียว (One-way communication) เมื่อมีการส่งข่าวสารผ่านสื่อไปยังผู้รับสาร  ผู้รับสารไม่มีโอกาสในการโต้ตอบ (Feedback) กลับไปยังผู้ส่งสารในทันทีทันใด  การเกิดขึ้นของสื่อสังคมออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารของผู้ใช้ในมิติต่างๆ  มีการผสมผสานเครื่องมือในการบริโภคข่าวสารในหลายๆทางเข้าด้วยกัน

จากที่มาข้างต้น งานวิจัยนี้จึงให้ความสนใจในการศึกษาลักษณะการปรับตัวของสถาบันสื่อมวลชนที่บูรณาการเข้ากับสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้นในปัจจุบัน และปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ได้ส่งผลกับพฤติกรรมการบริโภค ข่าวสารของคนยุคใหม่ในบริบทเชิงวัฒนธรรมปฏิสัมพันธ์ (interactive culture) อย่างไรบ้าง  ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ต่อข่าวสารทางการเมืองในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ การแสดงความคิดเห็น การบอกต่อข่าวสาร การกด ถูกใจเพื่อแสดงความรู้สึก หรือการโต้ตอบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริโภคข่าวสาร จนทำให้เกิดการสร้างความหมายร่วมที่สามารถต่อรองได้ระหว่างคนในสังคมกับข่าวสารอย่างไรบ้าง และนำข้อมูลที่ได้มาสังเคราะห์แนวทางการบริโภคข่าวสารทางการเมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ที่บูรณาการระหว่างข้อมูลข่าวสารจากองค์กรสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์  เพื่อเปิดประเด็นทางวิชาการใหม่เกี่ยวกับอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารทางการเมืองของผู้ใช้ และปรากฏการณ์เหล่านั้นก่อให้เกิดแนวทางการสื่อสารในรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไรบ้าง ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์มีการต่อรองพื้นที่การบริโภคข่าวสารทางการเมืองจากสื่อมวลชน และเสริมสร้างวัฒนธรรมการมีปฏิสัมพันธ์ต่อข่าวสารอย่างไร  ภายใต้การบูรณาการสื่อในหลากหลายช่องทางเข้าด้วยกัน

CHAPTER 02 02 วัตถุประสงค์

1.   เพื่อศึกษาลักษณะการปรับตัวของสถาบันสื่อมวลชนที่บูรณาการกับสื่อสังคมออนไลน์ในการสื่อสารข่าวสารการเมืองไปยังผู้บริโภค

2.   เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารและการมีปฏิสัมพันธ์ต่อข่าวสารการเมืองผ่านช่องทางสถาบันสื่อมวลชน ที่บูรณาการกับสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

3.   เพื่อสังเคราะห์แนวทางการบริโภคข่าวสารการเมืองของคนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในยุคที่สื่อมวลชนมีการบูรณาการเข้ากับสื่อสังคมออนไลน์

4.   เพื่อนำผลของการศึกษาไปจัดทำสื่อเชิงวิพากษ์

 

CHAPTER 03 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ในการศึกษาวิจัยเรื่อง กลยุทธ์การบูรณาสื่อมวลชนและสื่อใหม่ กับพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารทางการ เมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผู้วิจัยได้ทบทวนทฤษฎีและแนวคิดที่ใช้เป็นฐานคิดในการวิจัย เพื่อนำมาวิเคราะห์ ลักษณะการปรับตัวของสถาบันสื่อมวลชนที่บูรณาการเข้ากับสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงวิเคราะห์พฤติกรรม การบริโภคและการมีปฏิสัมพันธ์ต่อข่าวสารจากสถาบันสื่อมวลชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ใช้ และนำ ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์มาสังเคราะห์แนวทางการบริโภคข่าวสารของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในยุคที่สื่อมวลชน มีการบูรณาการเข้ากับสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านแนวคิดทฤษฎีแบ่งเป็นหัวข้อและรายละเอียด ตามลำดับดังนี้ 1. แนวคิดสื่อใหม่ และการหลอมรวมสื่อในยุคพลวัตร 2. แนวคิดทฤษฎีเทคโนโลยีเป็นตัวกำหนด (Technology Determinism) 3. แนวคิดสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) 4. แนวคิดการสื่อสารผ่านตัวกลางคอมพิวเตอร์ (Computer-mediated communication: CMC) 5. แนวคิดมณฑลสาธารณะ (Public Sphere) 6. แนวคิดกระบวนการเปิดรับข่าวสาร (Selective Exposure) 7. แนวคิดการใช้ประโยชน์และความพึงพอใจ (Uses and Gratification Theory) 8. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการวิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์ทางสังคมเกี่ยวกับ “กลยุทธ์การบูรณาการสื่อมวลชนและสื่อใหม่ กับพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารทางการเมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์” นำเอาแนวคิดสื่อใหม่และการหลอมรวมสื่อในยุคพลวัตร แนวคิดทฤษฎีเทคโนโลยีเป็นตัวกำหนด (Technology Determination) และแนวคิดการสื่อสารผ่านตัวกลางคอมพิวเตอร์ (Computer-mediated communication หรือ CMC) มาใช้ในการวิเคราะห์การประกอบสร้างของสังคมที่ส่งผลให้สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นสื่อที่เป็นที่นิยมในการบริโภคข้อมูลข่าวสารของคนในยุคโลกาภิวัฒน์ และวิเคราะห์ถึงเหตุปัจจัย รวมไปถึงลักษณะการปรับตัวของสื่อมวลชนกระแสหลักที่บูรณาการเข้าสู่สื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น จากนั้นใช้แนวคิดมณฑลสาธารณะ (Public Sphere) ในการวิเคราะห์ว่าสื่อสังคมออนไลน์สามารถสร้างพื้นที่เสมือนเพื่อให้ผู้ใช้งานใช้เป็นพื้นที่ต่อรอง สร้างประเด็นและความหมายร่วมต่อข่าวสารทางการเมือง ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ต่อข่าวสารอย่างไรบ้าง นอกจากนั้นนำแนวคิดกระบวนการเปิดรับข่าวสาร (Selective Exposure) และ แนวคิดทฤษฎีการใช้ประโยชน์และความพึงพอใจ (Used and Gratification Theory) มาวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคข่าวสารและการมีปฏิสัมพันธ์ต่อข่าวสารทางการเมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมด ไปสังเคราะห์แนวทางการบริโภคข่าวสารทางการเมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในยุคที่สื่อมวลชนมีการบูรณาการเข้ากับสื่อสังคมออนไลน์ ต่อไป

CHAPTER 04 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษา

1. ได้ทราบถึงลักษณะการปรับตัวของสถาบันสื่อมวลชนที่บูรณาการกับสื่อสังคมออนไลน์ในการสื่อสาร ข่าวสารการเมืองไปยังผู้บริโภค 2. ได้ทราบถึงพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารและการมีปฏิสัมพันธ์ต่อข่าวสารการเมืองผ่านช่องทางสถาบัน สื่อมวลชน ที่บูรณาการกับสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ 3. ได้แนวทางการบริโภคข่าวสารการเมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในยุคที่สื่อมวลชนมีการบูรณาการ เข้ากับสื่อสังคมออนไลน์ 4. ได้สื่อเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับกลยุทธ์การบูรณาสื่อมวลชนและสื่อใหม่กับพฤติกรรมการบริโภคข่าวสาร การเมืองของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

APPENDIX

กรณีศึกษา และภาพข่าวตัวอย่าง



created by Z Axis IT Solution